Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55664)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติไว้เพียงว่า คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ ดังนั้นตามข้อบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจึงหมายถึงเพียงคำสั่ง ของศาลชั้นต้นเท่านั้นที่ทำให้คดีเด็ดขาดไปได้ในกรณี ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คดีมีมูล การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คดีมีมูล จึงไม่เป็นการต้องห้ามที่จะไม่ให้จำเลยฎีกา โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 4) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,80 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า คดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 3) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 4)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 170 วรรคหนึ่ง จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาได้ ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1041/2538นายราโชทัย อุดมเดชโจทก์นายกุมพล วงค์ดาธรรมจำเลยนายอธิปัตย์ เจริญธนกุล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 170ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติไว้เพียงว่า คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ ดังนั้นตามข้อบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจึงหมายถึงเพียงคำสั่ง ของศาลชั้นต้นเท่านั้นที่ทำให้คดีเด็ดขาดไปได้ในกรณี ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คดีมีมูล การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คดีมีมูล จึงไม่เป็นการต้องห้ามที่จะไม่ให้จำเลยฎีกา โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 4) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,80 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า คดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 3) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 4)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษากลับว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 170 วรรคหนึ่ง จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาได้ ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · มหินทร์ สุรดินทร์กูร · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up