คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาพร้อมอุทธรณ์ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสามการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ก่อนมีคำสั่งคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาจึงให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสามแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา คู่ความไม่มาศาล
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มีพยานมาสืบเห็นควรให้งดการไต่สวนคำร้องขออนาถา หากโจทก์ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ ให้นำค่าขึ้นศาลมาวางศาลภายในวันที่2 กันยายน 2537 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าขึ้นศาลหลายครั้ง ต่อมาได้นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระ ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์เลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ และศาลไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว การขยายระยะเวลาอุทธรณ์จะต้องยื่นก่อนพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ แต่โจทก์มาขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้วโดยอ้างเหตุดูวันที่ผิด มิใช่กรณีเหตุสุดวิสัยที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้และอุทธรณ์ของโจทก์ยื่นต่อศาลชั้นต้นพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะรับอุทธรณ์ของโจทก์ได้ ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "การที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งดังกล่าวโดยให้ยกคำร้องของโจทก์ ก็โดยเหตุที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ล่วงเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาไว้
อุทธรณ์ของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 นั้น มิใช่คำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ด้วยเนื้อหาในอุทธรณ์ของโจทก์อันจะเป็นคำสั่งซึ่งเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่งโจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป"