Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55540)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า อธิบดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกา ในข้อเท็จจริง ให้ยกคำร้อง ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามล้วน แล้วแต่เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสามที่แก้ไขเมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของผู้ร้องทั้งสามคืนค่าขึ้นศาล ผู้ร้องทั้งสามเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องในข้อ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาในข้อ 1 ของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ระหว่างพิจารณาโจทก์จำเลยยอมความกันโดยจำเลยยอมออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทนั้นหากผิดนัดยอมใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแต่จำเลย ผิดนัด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดีเพื่อบังคับคดีให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และเพื่อบังคับคดียึดทรัพย์ชำระหนี้ค่าเสียหายตามคำพิพากษา ตามยอม ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแล้ว ต่อมาผู้ร้องทั้งสาม ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ใช่บริวารของจำเลย ผู้ร้องทั้งสาม เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านที่แท้จริงขอให้งดการ บังคับคดี และขอให้ยกคำร้องของโจทก์ ซึ่งผู้ร้องจะได้ดำเนิน การขอเพิกถอนนิติกรรมต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้อง ของผู้ร้องทั้งสามไม่ใช่เป็นเรื่องร้องขัดทรัพย์ และไม่ใช่เป็น เรื่องแสดงอำนาจพิเศษตามมาตรา 142(1) ไม่มีเหตุที่จะให้งด การบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 ไม่จำต้องไต่สวน ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้อธิบดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 39,38,46) ผู้ร้องทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่ง ฎีกาของผู้ร้องในข้อ 1 เป็นเรื่องโต้เถียงว่า เมื่อผู้ร้องทั้งสามทราบหมายบังคับคดีจึงมายื่นคำร้องต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา(3)คำร้องของ ผู้ร้องทั้งสามเป็นการแสดงอำนาจพิเศษไว้แล้วว่า ผู้ร้องไม่ใช่บริวารจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) ชอบที่ศาลจะทำการไต่สวนต่อไป เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของผู้ร้องทั้งสามในข้อนี้ไว้พิจารณาต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 357/2538นายสะอาด วงศ์วรการโจทก์นายฉัตรชัย ยิ้มงาม กับพวกผู้ร้องนายธงชัย จุลศิริวงศ์จำเลยนายฉัตรชัย ยิ้มงาม ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางฐิติรัตน์ กองรอด ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายธานินทร์ หวังผล ที่ 3 ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 142 (1), ม. 296ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า อธิบดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกา ในข้อเท็จจริง ให้ยกคำร้อง ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามล้วน แล้วแต่เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสามที่แก้ไขเมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของผู้ร้องทั้งสามคืนค่าขึ้นศาล ผู้ร้องทั้งสามเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องในข้อ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาในข้อ 1 ของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ระหว่างพิจารณาโจทก์จำเลยยอมความกันโดยจำเลยยอมออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทนั้นหากผิดนัดยอมใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแต่จำเลย ผิดนัด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดีเพื่อบังคับคดีให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และเพื่อบังคับคดียึดทรัพย์ชำระหนี้ค่าเสียหายตามคำพิพากษา ตามยอม ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแล้ว ต่อมาผู้ร้องทั้งสาม ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ใช่บริวารของจำเลย ผู้ร้องทั้งสาม เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านที่แท้จริงขอให้งดการ บังคับคดี และขอให้ยกคำร้องของโจทก์ ซึ่งผู้ร้องจะได้ดำเนิน การขอเพิกถอนนิติกรรมต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้อง ของผู้ร้องทั้งสามไม่ใช่เป็นเรื่องร้องขัดทรัพย์ และไม่ใช่เป็น เรื่องแสดงอำนาจพิเศษตามมาตรา 142(1) ไม่มีเหตุที่จะให้งด การบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 ไม่จำต้องไต่สวน ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้อธิบดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 39,38,46) ผู้ร้องทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่ง ฎีกาของผู้ร้องในข้อ 1 เป็นเรื่องโต้เถียงว่า เมื่อผู้ร้องทั้งสามทราบหมายบังคับคดีจึงมายื่นคำร้องต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา(3)คำร้องของ ผู้ร้องทั้งสามเป็นการแสดงอำนาจพิเศษไว้แล้วว่า ผู้ร้องไม่ใช่บริวารจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) ชอบที่ศาลจะทำการไต่สวนต่อไป เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของผู้ร้องทั้งสามในข้อนี้ไว้พิจารณาต่อไป

Matter details

Panel of judges
จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · จรัญ หัตถกรรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up