Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55518)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นเนื่องจากผู้พิพากษาไม่ได้รับรอง ให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับนี้ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 46 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 3 ปีคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 150,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ริบใบถอนเงินฝากของกลาง ข้อหาอื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 44) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46 แผ่นที่ 2)คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานอื่นของโจทก์แล้ววินิจฉัยต่อว่า และโจทก์มีบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ของจำเลยเอกสารหมาย จ.40 เป็นพยานเอกสารประกอบ ซึ่งจำเลยให้การไว้ด้วยว่า ฯลฯ เห็นได้ว่าจำเลยได้ให้การ ต่อพนักงานสอบสวนตามเอกสารดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2535 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยถูกจับกุม น่าจะไม่มีเวลาคิด ไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปรำผู้ใด เชื่อว่าจำเลย ได้ให้ถ้อยคำไปตามความจริงที่ได้รู้เห็นโดยไม่มีเหตุจูงใจ หรือถูกบังคับขู่เข็ญ แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับเบิกความ แตกต่างไปว่า ฯลฯ น่าเชื่อว่าคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลย เป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความชั้นศาล ทั้งคำให้การของพยาน ชั้นสอบสวนก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติไม่ให้รับฟังประกอบเป็น ข้อพิจารณาของศาลแต่ประการใด ฯลฯ และเห็นว่าโจทก์ ส่งเอกสารดังกล่าวประกอบคำซักค้านของโจทก์ในระหว่างที่ จำเลยซึ่งเป็นผู้ให้ถ้อยคำตามเอกสารนั้นกำลังเบิกความ ซึ่งทนายความจำเลยมีโอกาสที่จะถามติงได้อยู่แล้ว จึงไม่ทำ ให้จำเลยเสียเปรียบแต่ประการใด ฯลฯ ที่จำเลยฎีกาว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้เบิกความรับรองว่าเป็นผู้สอบสวนตาม เอกสารดังกล่าว จึงเป็นเอกสารนอกสำนวน ถือว่าเป็นเพียง คำแถลงการณ์ประกอบคดีเท่านั้น จะนำมาเป็นพยานใช้ยัน ลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 264/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายสมศักดิ์ รุ่งสาตราจำเลยนายสมศักดิ์ รุ่งสาตรา จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นเนื่องจากผู้พิพากษาไม่ได้รับรอง ให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับนี้ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 46 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 3 ปีคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 150,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ริบใบถอนเงินฝากของกลาง ข้อหาอื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 44) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46 แผ่นที่ 2)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานอื่นของโจทก์แล้ววินิจฉัยต่อว่า และโจทก์มีบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ของจำเลยเอกสารหมาย จ.40 เป็นพยานเอกสารประกอบ ซึ่งจำเลยให้การไว้ด้วยว่า ฯลฯ เห็นได้ว่าจำเลยได้ให้การ ต่อพนักงานสอบสวนตามเอกสารดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2535 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยถูกจับกุม น่าจะไม่มีเวลาคิด ไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปรำผู้ใด เชื่อว่าจำเลย ได้ให้ถ้อยคำไปตามความจริงที่ได้รู้เห็นโดยไม่มีเหตุจูงใจ หรือถูกบังคับขู่เข็ญ แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับเบิกความ แตกต่างไปว่า ฯลฯ น่าเชื่อว่าคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลย เป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความชั้นศาล ทั้งคำให้การของพยาน ชั้นสอบสวนก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติไม่ให้รับฟังประกอบเป็น ข้อพิจารณาของศาลแต่ประการใด ฯลฯ และเห็นว่าโจทก์ ส่งเอกสารดังกล่าวประกอบคำซักค้านของโจทก์ในระหว่างที่ จำเลยซึ่งเป็นผู้ให้ถ้อยคำตามเอกสารนั้นกำลังเบิกความ ซึ่งทนายความจำเลยมีโอกาสที่จะถามติงได้อยู่แล้ว จึงไม่ทำ ให้จำเลยเสียเปรียบแต่ประการใด ฯลฯ

ที่จำเลยฎีกาว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้เบิกความรับรองว่าเป็นผู้สอบสวนตาม เอกสารดังกล่าว จึงเป็นเอกสารนอกสำนวน ถือว่าเป็นเพียง คำแถลงการณ์ประกอบคดีเท่านั้น จะนำมาเป็นพยานใช้ยัน ลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up