Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55503)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี จึงไม่รับ ฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในประเด็นที่ว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์เร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเป็นการประมาทหรือไม่ ล้วนเป็นปัญหา ข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้ พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง แต่ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 กับความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือน ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคสอง จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 4 เดือน คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา อยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 เดือน จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุก 3 เดือน จำเลยที่ 2 เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน มีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 เดือน โทษจำคุกของจำเลยทั้งสองเปลี่ยนเป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1(อันดับ 124) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 125)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงผ่านทางแยกจนไม่สามารถหยุดรถหรือชะลอความเร็วให้ช้าลง พอที่จะขับหลบหลีกไม่ให้ชนรถคันอื่น เป็นเหตุให้เฉี่ยวชน รถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับ จึงเป็นการกระทำโดย ประมาท ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับรถยนต์ เร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงไม่เป็นการกระทำโดยประมาทนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 1 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 194/2538พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานีโจทก์นายสวัสดิ์ ไตรทอง กับพวกจำเลยนายธนิศร์ โชติช่วง ทนายจำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219 ตรีความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี จึงไม่รับ ฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในประเด็นที่ว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์เร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเป็นการประมาทหรือไม่ ล้วนเป็นปัญหา ข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้ พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง แต่ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 กับความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือน ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคสอง จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 4 เดือน คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา อยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 เดือน จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุก 3 เดือน จำเลยที่ 2 เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน มีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 เดือน โทษจำคุกของจำเลยทั้งสองเปลี่ยนเป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1(อันดับ 124) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 125)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงผ่านทางแยกจนไม่สามารถหยุดรถหรือชะลอความเร็วให้ช้าลง พอที่จะขับหลบหลีกไม่ให้ชนรถคันอื่น เป็นเหตุให้เฉี่ยวชน รถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับ จึงเป็นการกระทำโดย ประมาท ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับรถยนต์ เร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงไม่เป็นการกระทำโดยประมาทนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 1 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
มหินทร์ สุรดินทร์กูร · อากาศ บำรุงชีพ · สละ เทศรำพรรณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up