Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55502)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมี ทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลย ทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำร้องของ จำเลยทั้งสอง ไม่ใช่เป็นการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ยอมรับฎีกา แต่เป็นการฎีกาข้อเท็จจริงคัดค้านคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ต้องห้าม จึงไม่รับคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ที่มีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ ฎีกาของจำเลยทั้งสอง ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ไม่มี เนื้อหาคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาแต่เป็นฎีกา คัดค้านข้อเท็จจริงในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่ใช่ การอุทธรณ์ในเนื้อหาที่ไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้น อันจะทำให้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็น การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา กรณีไม่ได้ บังคับศาลชั้นต้นต้องส่งสำนวนสู่ศาลฎีกา ดังข้ออ้างของจำเลย ทั้งสอง ไม่เข้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 252 ไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้ เพราะไม่เป็นสาระแก่การวินิจฉัยคืนค่า ขึ้นศาล จำเลยทั้งสองเห็นว่า คำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นไม่ชอบ เพราะศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 ด้วยเหตุผลเดียวกับคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ฉบับลงวันที่29 พฤศจิกายน 2537 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับ คดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 โปรดมีคำสั่ง ยกคำสั่งยกคำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งหมดและมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลง เรื่อง กรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินเลขที่ 1389 ตำบลคลองหนึ่ง (ท่าโขลง)อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี(ธัญบุรี) ระหว่างนางเล็ก ฉ่ำเชยกับนางคมขำจบหิมเวศน์ ฉบับวันที่ 6 มกราคม 2525 เฉพาะที่เกินไป 800 ส่วน คงเหลือไว้ 100 ส่วน และให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่เกินไป ดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเล็ก ฉ่ำเชย หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการ แสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 83) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่29 พฤศจิกายน 2537 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว(อันดับ 91) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 92 แผ่นที่ 3) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่ง จำเลยทั้งสองฎีกาว่า พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองที่ นำสืบมาไม่มีข้อพิรุธให้สงสัย รับฟังได้ว่านางเล็ก ฉ่ำเชยขายที่ดินพิพาท 800 ส่วนให้แก่จำเลยที่ 1 เช่นนี้เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า นางเล็ก ฉ่ำเชย ไม่ได้ขายที่ดินพิพาท 800 ส่วนให้แก่จำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ชอบแล้ว ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 189/2538นางไพรินทร์ เทพภิบาล ฯโจทก์นางคมขำ จบหิมเวศน์ กับพวกจำเลยนางคมขำ จบหิมเวศน์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายธีระ จบหิมเวศน์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมี ทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลย ทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำร้องของ จำเลยทั้งสอง ไม่ใช่เป็นการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ยอมรับฎีกา แต่เป็นการฎีกาข้อเท็จจริงคัดค้านคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ต้องห้าม จึงไม่รับคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ที่มีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ ฎีกาของจำเลยทั้งสอง ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ไม่มี

เนื้อหาคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาแต่เป็นฎีกา คัดค้านข้อเท็จจริงในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่ใช่ การอุทธรณ์ในเนื้อหาที่ไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้น อันจะทำให้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็น การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา กรณีไม่ได้ บังคับศาลชั้นต้นต้องส่งสำนวนสู่ศาลฎีกา ดังข้ออ้างของจำเลย ทั้งสอง ไม่เข้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 252 ไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้ เพราะไม่เป็นสาระแก่การวินิจฉัยคืนค่า ขึ้นศาล จำเลยทั้งสองเห็นว่า คำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นไม่ชอบ เพราะศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 ด้วยเหตุผลเดียวกับคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ฉบับลงวันที่29 พฤศจิกายน 2537 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับ

คดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 โปรดมีคำสั่ง ยกคำสั่งยกคำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งหมดและมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลง เรื่อง กรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินเลขที่ 1389 ตำบลคลองหนึ่ง (ท่าโขลง)อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี(ธัญบุรี) ระหว่างนางเล็ก ฉ่ำเชยกับนางคมขำจบหิมเวศน์ ฉบับวันที่ 6 มกราคม 2525 เฉพาะที่เกินไป 800 ส่วน คงเหลือไว้ 100 ส่วน และให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่เกินไป ดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเล็ก ฉ่ำเชย หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการ แสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 83) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่29 พฤศจิกายน 2537 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว(อันดับ 91) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 92 แผ่นที่ 3) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่ง จำเลยทั้งสองฎีกาว่า พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองที่ นำสืบมาไม่มีข้อพิรุธให้สงสัย รับฟังได้ว่านางเล็ก ฉ่ำเชยขายที่ดินพิพาท 800 ส่วนให้แก่จำเลยที่ 1 เช่นนี้เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า นางเล็ก ฉ่ำเชย ไม่ได้ขายที่ดินพิพาท 800 ส่วนให้แก่จำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ชอบแล้ว ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ดุสิต เพชรปลูก · นิเวศน์ คำผอง · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up