Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 55/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์ระบุชื่อผู้เสียหายในฟ้องผิดพลาดและรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลหรือศพของแพทย์ระบุชื่อผู้บาดเจ็บผิดพลาดไปบ้างเฉพาะในหน้าหลังส่วนหน้าแรกถูกต้องนั้นถือได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ทั้งจำเลยก็นำสืบต่อสู้โดยอ้างฐานที่อยู่ขณะเกิดเหตุมิได้หลงต่อสู้กับตัวผู้เสียหายแต่อย่างใด ข้อผิดพลาดดังกล่าวจึงไม่ถึงกับทำให้รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คน ที่หลบหนีร่วมกันใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงนายวีระพงษ์ (ที่ถูกคือนายวีระพันธ์)มีนะพงษ์ ผู้เสียหายหลายนัดโดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกส่วนสำคัญของร่างกาย ประกอบกับแพทย์ได้ตรวจรักษาร่างกายผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 295, 83 และ 80จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายวีระพันธ์ มีนะพงษ์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ลงโทษจำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุโจทก์ร่วมได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถูกที่บริเวณลำคอเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กาย ตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ พยานโจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบมีโจทก์ร่วม และนายยุทธนา อาววรณ์ เป็นประจักษ์พยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2537 เวลาประมาณ22 นาฬิกา โจทก์ร่วมกับพวกประมาณ 20 คน

รวมทั้งนายยุทธนาไปรับประทานอาหารที่สวนอาหารตรีมุขและพบกับพวกซึ่งเคยมีเรื่องกันมาก่อนรับประทานอาหารอยู่โต๊ะติดกัน พอเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ของวันที่ 22 พฤษภาคม 2537 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ โจทก์ร่วมกับนายยุทธนาออกมาจากร้านโดยนายยุทธนาเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ออกมา หลังจากนั้นโจทก์ร่วมกับนายยุทธนาได้ย้อนกลับไปที่สวนอาหารตรีมุขอีก ขณะมาถึงหน้าศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรีพบจำเลยนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่กับนายนิด เพ็งสุวรรณ โจทก์ร่วมบอกให้นายยุทธนาจอดรถแล้วโจทก์ร่วมลงไปหาจำเลยเพื่อสอบถามว่ามีเรื่องอะไรกันพอโจทก์ร่วมเดินเข้าไปได้ประมาณ 5 เมตร จำเลยได้ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่โจทก์ร่วมรวม 3 นัด กระสุนปืนนัดแรกถูกที่คอด้านซ้ายส่วนนัดที่ 2 และที่ 3 ไม่ถูก

เมื่อโจทก์ร่วมถูกยิงนัดแรกแล้วได้วิ่งมาขึ้นรถจักรยานยนต์และบอกนายยุทธนาว่าถูกยิงและขอให้พาไปส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรีตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมและนายยุทธนาดังกล่าวนอกจากจะเบิกความได้สอดคล้องกันแล้วยังได้ความว่า โจทก์ร่วมและนายยุทธนารู้จักกับจำเลยมาก่อน และก่อนจะเกิดเหตุก็ได้พบกันที่สวนอาหารตรีมุขมาก่อนแล้ว ขณะเกิดเหตุก็ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ร่วมและนายยุทธนาว่า ตรงบริเวณที่เกิดเหตุมีแสงไฟสปอตไลต์ตามทางแยกของถนนหลายดวง จึงไม่มีเหตุน่าระแวงสงสัยว่าพยานทั้งสองปากดังกล่าวจะจำคนร้ายผิดตัวข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมโดยมีเจตนาฆ่าตามฟ้อง สำหรับพยานหลักฐานของจำเลยที่จำเลยนำสืบว่าเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2537 จำเลยออกจากสวนอาหารตรีมุขเวลา 23 นาฬิกาเศษแล้วได้กลับบ้านและเข้านอนโดยมิได้ออกจากบ้านไปไหนอีกนั้น

เห็นว่ายังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความแตกต่างกันหลายประการ กล่าวคือนายยุทธนาไม่ได้เบิกความว่าเมื่อออกจากสวนอาหารตรีมุขได้แวะไปที่บ้านนายบุญเลิศเนื่องจากนายเต๋าบอกว่านายสุรศักดิ์ถูกทำร้ายโดยไปกับนายยุทธนาแต่ไม่พบนายสุรศักดิ์ดังที่โจทก์ร่วมเบิกความนายยุทธนาไม่ได้เบิกความว่าขณะจะออกจากสวนอาหารตรีมุขรถจักรยานยนต์ของตนน้ำมันใกล้จะหมดจึงไปเปลี่ยนกับรถจักรยานยนต์ของนายปรีชาดังที่โจทก์ร่วมเบิกความ และนายยุทธนาเบิกความว่าไม่เห็นโจทก์ร่วมถือมีดพกขณะออกจากสวนอาหารตรีมุขดังที่โจทก์ร่วมเบิกความว่า โจทก์ร่วมถือมีดดังกล่าวในขณะนั้น จึงไม่น่าเชื่อนั้นเห็นว่า ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ข้อแตกต่างในส่วนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมและมิใช่ข้อสาระสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองรับฟังไม่ได้และที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายเพราะตามฟ้องบรรยายว่านายวีระพงษ์

มีนะพงษ์เป็นผู้เสียหาย แต่ผู้ที่ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมชื่อนายวีระพันธ์ มีนะพงษ์และตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลหรือศพของแพทย์เอกสารหมาย จ.1 ระบุว่าผู้บาดเจ็บคือ นายธีระพันธ์ มีนะพงษ์ จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายและทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีนั้น เห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 18 เมษายน 2538 ศาลชั้นต้นได้สอบโจทก์และจำเลยแล้วต่างรับว่านายวีระพันธ์ มีนะพงษ์ เป็นผู้เสียหายจึงอนุญาตให้นายวีระพันธ์เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ ดังนั้นการที่โจทก์ระบุชื่อผู้เสียหายในฟ้องผิดพลาดและรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลหรือศพของแพทย์ระบุชื่อผู้บาดเจ็บผิดพลาดไปบ้างเฉพาะในหน้าหลังส่วนหน้าแรกถูกต้องนั้น

เห็นได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ทั้งจำเลยก็นำสืบต่อสู้โดยอ้างฐานที่อยู่ขณะเกิดเหตุ มิได้หลงต่อสู้เกี่ยวกับตัวผู้เสียหายแต่อย่างใด ข้อผิดพลาดดังกล่าวจึงไม่ถึงกับทำให้รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย ส่วนที่จำเลยฎีกาต่อมาว่าการกระทำของคนร้ายเป็นการป้องกันและบาดแผลที่โจทก์ร่วมได้รับเป็นเพียงการทำร้ายร่างกายมิใช่พยายามฆ่านั้น เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้ประทุษร้ายจำเลยก่อนหรือโจทก์ร่วมถือมีดจะเข้าไปทำร้ายจำเลยแต่อย่างใด จึงรับฟังไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันส่วนการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นหรือไม่นั้นเห็นว่า จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรง ยิงใส่โจทก์ร่วมอันเป็นอวัยวะสำคัญ จึงถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมแล้วการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วิชา มั่นสกุล · ไพศาล รางชางกูร · อภิศักดิ์ พรวชิราภา
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3119/2568

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นย…

Supreme Court Judgment No. 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

Supreme Court Judgment No. 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

Supreme Court Judgment No. 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

Supreme Court Judgment No. 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up