Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5475/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การเอาประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ มี ส.นายหน้าผู้หาประกันและพนักงานของจำเลยเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่าง โจทก์มิได้แถลงข้อความเท็จหรือละเว้นไม่เปิดเผยความจริงหรือสมคบกับพนักงานของจำเลยหลอกลวงจำเลยแต่ประการใด ดังนั้น แม้จำเลยจะมิได้ให้พนักงานของจำเลยตรวจสภาพรถยนต์ของโจทก์เสียก่อนก็ตาม จำเลยจะอ้างว่าสัญญาประกันภัยเป็นโมฆียะไม่ได้ เมื่อจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่กำหนดตามกรมธรรม์ประกันภัยพนักงานของจำเลยเป็นผู้ตีราคาเอง ทั้งจำเลยก็ได้รับเบี้ยประกันภัยตามราคารถยนต์ที่กำหนดไว้แล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา เมื่อรถยนต์ของโจทก์ถูกลักไปจากที่จอด จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาซึ่งระบุให้ใช้เต็มจำนวน โดยโจทก์ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์เบ๊นซ์ รุ่น 280 เอสได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยเป็นเงิน 600,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่24 ตุลาคม 2524 มีคนร้ายลักเอารถยนต์ของโจทก์ที่เอาประกันภัยไว้กับจำเลยซึ่งจอดอยู่ที่ถนนสีลมไป โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้วแต่จำเลยไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แก่โจทก์และได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์ โดยอ้างว่า โจทก์รู้อยู่แล้วว่า รถยนต์ของโจทก์เคยถูกชนมาก่อน แต่โจทก์ไม่แจ้งความจริงข้อนี้ให้จำเลยทราบสัญญาประกันภัยเป็นโมฆะ จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 600,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์ปกปิดความจริงเรื่องรถยนต์ของโจทก์เคยถูกชนมาแล้ว โดยแจ้งความเท็จว่า

รถยนต์ของโจทก์อยู่ในสภาพเรียบร้อยโจทก์ซื้อซากรถยนต์มาประกันภัยไว้กับจำเลยโดยสมคบกับเจ้าหน้าที่ของจำเลยหลอกลวงให้จำเลยทำสัญญา สัญญาประกันภัยจึงเป็นโมฆียะ จำเลยบอกล้างภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด สัญญาประกันภัยจึงเป็นโมฆะ จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ รถยนต์ของโจทก์มิได้ถูกคนร้ายลักไป หากจำเลยจะต้องรับผิดตามสัญญา โจทก์ก็ต้องรับผิดชอบเองสำหรับความเสียหายส่วนแรก จำนวน 2,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ 600,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้น 600,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์เบ๊นซ์ หมายเลขทะเบียน 6ก-7667 กรุงเทพมหานครได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยมีข้อสัญญาว่า หากรถสูญหายจำเลยยอมใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 600,000 บาท มีกำหนดเวลา 1 ปี ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.1 โจทก์ได้ชำระเบี้ยประกันภัยให้จำเลยแล้ว เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2525 อยู่ในระหว่างอายุสัญญาโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบว่ารถยนต์ของโจทก์คันดังกล่าวสูญหายไปให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา จำเลยไม่ชำระและมีหนังสือถึงโจทก์บอกล้างสัญญาประกันภัย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

จำเลยฎีกาในข้อแรกว่าจำเลยบอกล้างนิติกรรมรายนี้อันจะเป็นผลให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆะได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายสมบัติ เจนพิทักษ์สมบัตินายหน้าผู้หาประกันเป็นผู้ดำเนินการให้โจทก์ โจทก์ได้นำรถไปที่บริษัทจำเลย นายอรุณ ง้วนสวัสดิ์ พนักงานฝ่ายขายของจำเลยและนายสมบัติเอาใบอนุญาตทะเบียนรถของโจทก์ไปตรวจสอบ นายชัย เพชรศิริพนักงานตรวจสอบรายละเอียดรถที่จะเอาประกันภัยมิได้ตรวจสอบสภาพรถแต่อย่างไร และว่าบริษัทจำเลยอาจจะตรวจหรือไม่ตรวจสอบรถที่จะเอาประกันภัยก็ได้ เมื่อบริษัทเห็นสมควรก็จะรับประกันภัยและออกกรมธรรม์ประกันภัยให้ นายอรุณว่านายสมบัติเป็นผู้รับรองว่า รถอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่เคยถูกชนมาก่อนและเป็นผู้ตีราคาประกัน 600,000 บาทนายอรุณไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน

คำขอเอาประกันเอกสารหมาย ล.13เจ้าหน้าที่ฝ่ายประกันของจำเลยเป็นผู้กรอกข้อความตามข้อมูลที่ได้จากทะเบียนรถ และคำบอกเล่าของนายสมบัติ แล้วจำเลยก็ออกกรมธรรม์ประกันภัยให้โจทก์ คดีจึงฟังได้ว่าการทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ของโจทก์นี้มีนายสมบัติและพนักงานของจำเลยเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่างโจทก์มิได้แถลงข้อความเท็จหรือละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงหรือสมคบกับเจ้าหน้าที่ของจำเลยหลอกลวงจำเลยแต่อย่างใด การที่จำเลยได้รับประกันภัยไว้ก็เพราะต้องการเบี้ยประกันภัยโดยมิได้ให้พนักงานของจำเลยตรวจสอบสภาพรถของโจทก์เสียก่อน จำเลยจะอ้างว่าสัญญาเป็นโมฆียะไม่ได้ สัญญาประกันภัยดังกล่าวไม่เป็นโมฆียะ จำเลยไม่มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมรายนี้ได้

จำเลยฎีกาในข้อต่อมาว่า จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เพียงใด โดยจำเลยว่าการตีราคาทรัพย์สินของผู้รับประกันภัยก่อนตกลงรับประกันเป็นแต่เพียงการประเมินมูลค่าของทรัพย์โดยคร่าว ๆ เท่านั้นว่ามีราคาเท่าใด มิได้ยึดถือเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวว่าเมื่อเกิดวินาศภัยขึ้นแล้วผู้รับประกันภัยจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนตามนั้นทุกครั้ง เห็นว่า จำเลยจะอ้างเหตุเพื่อปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ เพราะจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่กำหนดนี้พนักงานของจำเลยเป็นผู้ตีราคาเอง ทั้งจำเลยก็ได้รับเบี้ยประกันภัยตามราคารถยนต์ที่กำหนดไว้แล้ว และการกำหนดราคาดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นเพราะโจทก์แต่อย่างใด โจทก์นำสืบยืนยันว่า รถคันนี้ซื้อมาในราคา 780,000 บาท และพนักงานของจำเลยตีราคา 600,000 บาทจำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาจำเลยฎีกาในข้อสุดท้ายว่า

จำเลยมีสิทธิหักเงินค่าเสียหายส่วนแรกจำนวน 2,000 บาท ได้ เห็นว่า รถยนต์ของโจทก์ถูกคนร้ายลักไปจากที่จอด จำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาข้อ 3.5.3 ซึ่งระบุให้ใช้เต็มจำนวนตามสัญญาข้อ 3.1 ในรายการ 4 ของตารางกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.1 ซึ่งกำหนดค่าเสียหายไว้ 600,000 บาท จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 600,000 บาท โดยโจทก์ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายส่วนแรก 20,000 บาทตามที่จำเลยอ้างพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ชุม สุกแสงเปล่ง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 922/2566

การที่ ย. รู้ถึงข้อเท็จจริงที่ตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนแล้ว แต่ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น ซึ่งหาก ย. เปิดเผยย่อมจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงข…

Supreme Court Judgment No. 4904/2565

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้คัดค้านเต็มตามวงเงินสูงสุดตามกรมธรรม์ แต่ยังสงวนสิทธิให้ผู้คัดค้านมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนอีก ย่อมมีผลให้ผู้ร้องต้องรับผิดเกินกว…

Supreme Court Judgment No. 5133/2562

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบอกล้างโมฆียะกรรมภายใน 30 วัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยทราบมูลอันควรจะบอกล้างโมฆียะก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 601543)

สัญญาประกันภัยเป็นสัญญาที่ต้องการความสุจริตหรือความไว้วางใจระหว่างคู่สัญญาเป็นสำคัญ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยที่จะต้องเปิดเผยข้อความจริงให้ผู้รับประกันภัยรับรู้ ขณะที่ ส. ขอทำสัญญาประกันภ…

Supreme Court Judgment No. 9976/2558

ช. เป็นพนักงานของจำเลยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมประวัติการรักษาพยาบาลของ ล. ถือได้ว่า ช. เป็นตัวแทนของจำเลยแล้ว ในการตรวจสอบประวัติการเข้ารับการรักษาพยาบาลของ ล. นั้น ช. เป็นผู้ติดตามปร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up