คำฟ้องและคำให้การ
เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ได้ยื่นคำฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแพ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ศาลแพ่งได้มีคำสั่งอายัดเงินของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นเป็นเงิน 4,500,000 บาทไว้ชั่วคราวตามคำร้องของผู้ร้อง แต่ต่อมาศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและอายัดเงินดังกล่าวในคดีนี้ ขอให้เพิกถอนการยึดอายัดศาลชั้นต้นยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่ผู้ร้องฎีกาว่าคำว่าผู้มีส่วนได้เสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่าจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียนั้น
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 280 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ผู้มีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีคือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หาได้รวมถึงผู้ที่ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลและคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลดังเช่นกรณีของผู้ร้องไม่เมื่อผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะยกคำร้องของผู้ร้องเสียได้โดยไม่ต้องส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ หรือจะต้องสอบถามคู่ความอีกแต่อย่างใด ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว"
Result
พิพากษายืน