Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5369/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างส่วนที่ได้ต่อเติมรุกล้ำ แม้ข้อเท็จจริงตามสำนวนไม่ปรากฏว่า ในขณะยื่นคำฟ้องที่พิพาทอาจให้เช่าได้เกินเดือนละ 10,000 บาท หรือไม่แต่ได้ความตามคำฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่พิพาทเป็นเนื้อที่ 2 ตารางวาเป็นจำนวนเล็กน้อย ไม่ปรากฏว่าอยู่ในทำเลอันจะทำให้ค่าเช่าที่ดินสูงเป็นพิเศษ เชื่อได้ว่าที่พิพาทอาจให้เช่าในขณะยื่นคำฟ้องได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 19224มาเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2530 ต่อมาโจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยปลูกสร้างต่อเติมหลังตึกแถวเลขที่ 1654 ของจำเลยรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์เป็นเนื้อที่ประมาณ 2 ตารางวา โจทก์ให้ทนายความบอกกล่าวแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำและขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย8,000 บาท และต่อไปในอัตราวันละ 500 บาทจำเลยให้การว่า บริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณศูนย์การค้าวรรัตน์รวมทั้งที่ดินของโจทก์จำเลย เมื่อปี2523 บริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด ขายที่ดินและตึกแถวพร้อมส่วนต่อเติมด้านหลังซึ่งเป็นส่วนที่พิพาทกันในคดีนี้ให้นายธีระโดยตกลงให้ครอบครองและใช้ประโยชน์ส่วนที่พิพาทได้ด้วย

จำเลยซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทจากนายธีระเมื่อปี 2528 แล้วครอบครองต่อมาโดยไม่เคยกระทำการใดอันเป็นการรุกล้ำที่ดินผู้อื่นเลยโจทก์รับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ภายหลังที่ส่วนที่พิพาทมีขึ้นแล้วจึงต้องรับภาระไปด้วย ค่าเสียหายไม่เกินวันละ 50 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างส่วนที่ได้ต่อเติมรุกล้ำกับเลิกครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดิน และให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 19224 ของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 50 บาท จนกว่าจำเลยจะได้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของโจทก์ (ค่าเสียหายก่อนวันฟ้องไม่เกิน 800 บาท)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ แม้ข้อเท็จจริงตามสำนวนไม่ปรากฏว่าในขณะยื่นคำฟ้องที่พิพาทอาจให้เช่าได้เกินเดือนละ 10,000 บาทหรือไม่ แต่ได้ความตามคำฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่พิพาทเป็นเนื้อที่2 ตารางวา เป็นจำนวนเล็กน้อย ไม่ปรากฏว่าอยู่ในทำเลอันจะทำให้ค่าเช่าที่ดินสูงเป็นพิเศษ เชื่อได้ว่าที่พิพาทอาจให้เช่าในขณะยื่นคำฟ้องได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท

ที่จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์ไม่ปรากฏว่านางสาวศันสนีย์ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนห้องครัวออกไป เท่ากับว่ายินยอมโดยปริยายให้คงสภาพห้องครัวรุกล้ำอยู่เช่นนั้น และจากคำเบิกความของโจทก์เองยอมรับว่าที่ดินพิพาทมีการต่อเติมรุกล้ำอยู่ก่อนที่โจทก์ซื้อมาจากนางสาวศันสนีย์โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้าน เท่ากับยอมรับรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนเมื่อสิทธิของผู้โอนมีเพียงใด โจทก์ผู้รับโอนก็ย่อมมีเพียงนั้นโจทก์จึงต้องรับภาระหน้าที่นี้ด้วยการรุกล้ำดังกล่าวจึงเป็นมาโดยสุจริต โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยรื้อถอนออกไปนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคสอง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12)

พ.ศ. 2534มาตรา 18 อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่ฎีกาว่า เมื่อได้ความว่าที่พิพาทเป็นทางหนีไฟไม่เหมาะแก่การใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือทำธุรกิจได้ จึงไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายนั้น ก็เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกันศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาจำเลย

Matter details

Panel of judges
ถวิล ตรีเพชร · สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up