Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5333/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แสดงให้เห็นว่า บุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการได้มี 4 จำพวก คือ 1) นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า 2) เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้น 3) ผู้มีส่วนได้เสีย และ 4) บุคคลใด โดยกฎหมายกำหนดตัวบุคคลที่จะมีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียนไว้แตกต่างกันไปตามสาเหตุต่างกัน คดีนี้มีปัญหาเรื่องการเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 61 หมายความว่า ผู้นั้นต้องมีจุดเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงกับเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่มาร้องขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพิกถอนการจดทะเบียน เครื่องหมายบริการตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.7 ของจำเลยร่วมใช้กับบริการในจำพวก 35 ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีและจะใช้ หรือใช้ และขอจดทะเบียนเครื่องหมายบริการที่คล้ายกับของจำเลยร่วม ถือไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนได้เสีย เครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.6 จ.8 และ จ.9 ของจำเลยร่วม ปรากฏว่าโจทก์มีและจะใช้ หรือใช้เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วม ทั้งใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันด้วย ถือว่าโจทก์มีส่วนได้เสีย เครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.9 ของจำเลยร่วมซึ่งใช้กับสินค้าในจำพวก 16 และ 9 ปรากฏว่าโจทก์มิได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจำพวกดังกล่าว ทั้งสินค้าที่โจทก์ขอจดทะเบียนไว้แล้วก็มิได้มีลักษณะอย่างเดียวกับสินค้าของจำเลยร่วม และไม่ปรากฏว่าโจทก์มีและจะใช้ หรือใช้เครื่องหมายการค้าของตนกับสินค้าในจำพวกดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนได้เสีย เครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.2 ของจำเลยร่วมที่ใช้กับสินค้าในจำพวก 23 แม้โจทก์ไม่ได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจำพวกดังกล่าวไว้ แต่รายการที่โจทก์ขอจดทะเบียนไว้กับสินค้าในจำพวก 24 เป็นสินค้า ผ้าคลุมเตียง ผ้านวม ผ้าปูที่นอน ผ้ารองผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดปาก ผ้าแขวนผนัง กระเป๋าผ้า และปลอกหมอน เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าในจำพวก 23 ของจำเลยร่วมเป็นสินค้า ด้ายดิบและเส้นด้ายใช้ทำสิ่งทอแล้ว รายการดังกล่าว แม้จะต่างจำพวกกันแต่ก็มีลักษณะอย่างเดียวกันอันอาจนำไปสู่การทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ ถือว่าโจทก์มีส่วนได้เสีย เครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.4 ของจำเลยร่วมที่ใช้กับสินค้าในจำพวก 8 แม้โจทก์ไม่ได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจำพวกดังกล่าวไว้ แต่รายการที่โจทก์ขอจดทะเบียนไว้กับสินค้าในจำพวก 21 เป็นรายการสินค้า แก้วน้ำ ช้อน ส้อม มีด ชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร (ยกเว้นมีด ส้อม และช้อน) ที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า และหม้ออาหารที่เป็นชุด เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าในจำพวก 8 ของจำเลยร่วมเป็นสินค้า ส้อมที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า ช้อนที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า มีดที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า อาวุธประจำกาย มีดโกนแล้ว รายการดังกล่าว แม้จะต่างจำพวกกันแต่ก็มีลักษณะอย่างเดียวกันอันอาจนำไปสู่การทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ ถือว่าโจทก์มีส่วนได้เสีย

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 Section 61

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสิบสาม และเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า/เครื่องหมายบริการตามทะเบียนเครื่องหมายเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 18 ถึง 26

จำเลยทั้งสิบสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา วาเลนติโน เอส.พี.เอ. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมโดยขอถือเอาคำให้การของจำเลยทั้งสิบสามเป็นคำให้การของตน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสิบสามตามคำสั่งเลขที่ 2/2555, 3/2555, 4/2555, 5/2555 และ 8/2555 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ จำเลยทั้งสิบสาม และจำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ยุติฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีภาคส่วนอันเป็นสาระสำคัญที่คำอักษรโรมันว่า Valentino Rudy ในลักษณะลายมือชื่อ ออกเสียงว่า วาเลนติโน รูดี้ และอักษรโรมันตัว V รวม 3 เครื่องหมาย โจทก์ได้ยื่นคำขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวสำหรับใช้กับสินค้าจำพวก 21, 14, 24, 18 และ 25 แต่ถูกจำเลยร่วมคัดค้าน

จำเลยร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนที่มีภาคส่วนอันเป็นสาระสำคัญอักษรโรมันคำว่า VALENTINO และอักษรโรมันตัว V ใช้กับสินค้าจำพวก 23, 24, 8, 21, 16, 25 และ 9 และจำเลยร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายบริการจดทะเบียนที่ใช้กับบริการจำพวก 35 โจทก์ได้ยื่นคำขอให้จำเลยทั้งสิบสามในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการดังกล่าวของจำเลยร่วมตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 61 (1) และตามมาตรา 80 ประกอบมาตรา 61 (1) เนื่องจากโจทก์เห็นว่า เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของจำเลยร่วมไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ต้องห้ามมิให้จดทะเบียนตามมาตรา 7 จำเลยร่วมยื่นคำชี้แจง

ต่อมาจำเลยทั้งสิบสามวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียที่จะขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของจำเลยร่วมได้ตามคำสั่งคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 1/2555 ถึงที่ 9/2555 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยทั้งสิบสาม และจำเลยร่วมว่า โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 61 และมาตรา 80 ประกอบมาตรา 61 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 หมวด 1 ส่วนที่ 4 เฉพาะที่ว่าด้วยการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตั้งแต่มาตรา 57 ถึงมาตรา 67 แสดงให้เห็นว่า บุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการได้มี 4 จำพวก

คือ 1) นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า 2) เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้น ๆ เอง 3) ผู้มีส่วนได้เสียและ 4) บุคคลใด และตามบทกฎหมายเหล่านั้นแสดงให้เห็นต่อไปว่า วัตถุแห่งสิทธิที่จะขอเพิกถอนคือ ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดไว้แล้ว โดยกฎหมายกำหนดเหตุแห่งการที่จะเพิกถอนไว้แตกต่างกัน เช่น เป็นความประสงค์ของเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้น ๆ เอง เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการฝ่าฝืนคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ให้ไว้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้นหรือตัวแทนเลิกตั้งสำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทย เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่มีลักษณะต้องห้ามจดทะเบียนตามกฎหมาย เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย

ไม่มีการใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่จดทะเบียนนั้น เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่จดทะเบียนนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในทางการค้าขาย และผู้ขอเพิกถอนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่จดทะเบียนนั้นดีกว่า ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดตัวบุคคลที่จะมีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียนไว้แตกต่างกันไปตามสาเหตุดังกล่าว ซึ่งกรณีนอกเหนือจากนายทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น จะเห็นได้ว่าตัวบุคคลที่กฎหมายเปิดกว้างที่สุดที่จะขอเพิกถอนการจดทะเบียนได้คือ "บุคคลใด" ตามมาตรา 62 ในกรณีเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่จดทะเบียนแล้วนั้นเป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามกฎหมาย

เนื่องจากเป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย ส่วนที่แคบลงมาคือ บุคคลที่มีส่วนได้เสีย ซึ่งกฎหมายให้สิทธิไว้ในมาตรา 61, 63, 66 และ 67 ดังนั้น เฉพาะในกรณีเช่นคดีนี้ ซึ่งมีปัญหาเรื่องการอยู่ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 61 จึงต้องหมายความว่า ผู้นั้นต้องมีจุดเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงกับเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่มาร้องขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพิกถอนการจดทะเบียน กล่าวคือ การประกอบกิจการไม่ว่าการค้าสินค้าหรือการให้บริการนั้น นอกจากเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการจะทำหน้าที่เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจำแนกและจดจำสินค้าหรือบริการนั้น

ๆ ได้เพื่อประโยชน์ในการบริโภคครั้งต่อ ๆ ไปแล้ว ในด้านของผู้ประกอบกิจการเองนั้น เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการย่อมเป็นเครื่องมือสำหรับใช้นำสินค้าหรือบริการของตนเข้าสู่ตลาดหรือช่องทางการจัดจำหน่าย ถ้าผู้นั้นเลือกกำหนดเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการสำหรับจะใช้กับสินค้าหรือบริการของตนแล้ว แต่กลับปรากฏว่ามีข้อจำกัดในการใช้ และข้อจำกัดในการที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ ย่อมเท่ากับผู้นั้นได้รับผลกระทบในทางการค้ากับสินค้าหรือบริการที่ตนประกอบกิจการอยู่ อันถือได้ว่าเป็นส่วนได้เสียที่จะใช้สิทธิตามบทกฎหมายดังกล่าวได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการอันเป็นวัตถุแห่งสิทธิที่จะต้องถูกเพิกถอนนั้นจะต้องมีจุดเกาะเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการของผู้ขอเพิกถอนการจดทะเบียนด้วย

เพราะฉะนั้น จึงต้องพิจารณาด้วยว่าเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ถูกขอเพิกถอนการจดทะเบียนกับเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการของผู้นั้นที่ได้ใช้หรือจะใช้ในทางการค้าสินค้าหรือบริการนั้นเหมือนกันหรือไม่ ถ้าไม่เหมือนกัน มีความคล้ายกันจนทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือบริการหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้ตรวจเปรียบเทียบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเอกสารหมาย จ.13 ถึง จ.17 ซึ่งใช้กับสินค้าในจำพวก 21, 14, 24, 18 และ 25 กับทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของจำเลยร่วมตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเอกสารหมาย

จ.2 ถึง จ.6 จ.8 และ จ.9 ซึ่งใช้กับสินค้าในจำพวก 23, 24, 8, 21, 16, 25 และ 9 และเครื่องหมายบริการเอกสารหมาย จ.1 และ จ.7 ซึ่งใช้กับบริการในจำพวก 35 แล้ว เห็นว่า เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของทั้งสองฝ่ายไม่เหมือนกัน แต่คล้ายกัน จึงต้องพิจารณาต่อไปว่า คล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือบริการเพราะเป็นการขอจดทะเบียนเพื่อใช้กับสินค้าหรือบริการจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่เห็นได้ว่ามีลักษณะอย่างเดียวกันหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เครื่องหมายบริการตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.7 ของจำเลยร่วมใช้กับบริการในจำพวก 35 ซึ่งไม่ปรากฏว่าโจทก์มีและจะใช้ หรือใช้และขอจดทะเบียนเครื่องหมายบริการที่คล้ายกับของจำเลยร่วมดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนได้เสียในเหตุที่จะขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายบริการตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.7 ดังกล่าว ส่วนเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.6 จ.8 และ จ.9 ของจำเลยร่วมนั้น ปรากฏว่าโจทก์มีและจะใช้หรือใช้เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนตามเอกสารหมาย จ.13 จ.15 และ จ.17 ที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วมทั้งใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันด้วยคือ เครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย

จ.5 จ.3 และ จ.8 ตามลำดับ จึงถือได้ว่าโจทก์มีส่วนได้เสียที่จะขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.3 จ.5 และ จ.8 ของจำเลยร่วมได้ สำหรับเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.9 ของจำเลยร่วมซึ่งใช้กับสินค้าในจำพวก 16 และ 9 นั้น ปรากฏว่าโจทก์มิได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าในจำพวกดังกล่าว ทั้งสินค้าที่โจทก์ขอจดทะเบียนไว้แล้วก็มิได้มีลักษณะอย่างเดียวกับสินค้าของจำเลยร่วมและตามทางนำสืบก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีและจะใช้หรือใช้เครื่องหมายการค้าของตนกับสินค้าในจำพวก 16 หรือ 9 ดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนได้เสียในเหตุที่จะขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย

จ.6 และ จ.9 ของจำเลยร่วม แต่สำหรับเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.2 ที่ใช้กับสินค้าในจำพวก 23 และเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.4 ที่ใช้กับสินค้าในจำพวก 8 ของจำเลยร่วม แม้โจทก์ไม่ได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจำพวก 8 และ 23 ไว้ แต่รายการสินค้าที่โจทก์ได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ตามเอกสารหมาย จ.13 ที่ใช้กับสินค้าในจำพวก 21 เป็นรายการสินค้า แก้วน้ำ ช้อน ส้อม มีด ชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร (ยกเว้นมีด ส้อม และช้อน) ที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า และหม้ออาหารที่เป็นชุด เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าในจำพวก 8 ของจำเลยร่วมเป็นสินค้า ส้อมที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า ช้อนที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า มีดที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า

อาวุธประจำกาย มีดโกน และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.15 ใช้กับสินค้าในจำพวก 24 ของโจทก์เป็นสินค้า ผ้าคลุมเตียง ผ้านวม ผ้าปูที่นอน ผ้ารองผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดปาก ผ้าแขวนผนัง กระเป๋าผ้า และปลอกหมอน เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าในจำพวก 23 ของจำเลยร่วมเป็นสินค้า ด้ายดิบและเส้นด้ายใช้ทำสิ่งทอแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เห็นว่า รายการสินค้าในจำพวก 8 กับ 21 และจำพวก 23 กับ 24 ดังกล่าว แม้จะต่างจำพวกกันแต่ก็มีลักษณะอย่างเดียวกันอันอาจนำไปสู่การทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ จึงถือได้ว่าโจทก์มีส่วนได้เสียในอันที่จะขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย

จ.2 และ จ.4 ของจำเลยร่วมได้ด้วย ดังนั้น โจทก์จึงมีส่วนได้เสียในเหตุที่จะขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.5 และ จ.8 ของจำเลยร่วมได้ แต่ไม่มีส่วนได้เสียในเหตุที่จะขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายบริการตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.7 และเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.9 ของจำเลยร่วมได้ คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 1/2555, 6/2555, 7/2555 และที่ 9/2555 ชอบแล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยทั้งสิบสาม และจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยร่วมอุทธรณ์เป็นทำนองว่า

โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียน จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของจำเลยร่วมนั้น เห็นว่า จำเลยร่วมเพียงแต่ขอถือเอาคำให้การของจำเลยทั้งสิบสามเป็นคำให้การของตนด้วย โดยจำเลยทั้งสิบสามมิได้ให้การต่อสู้ตามที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ดังกล่าว จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อร่าม เสนามนตรี · นวลน้อย ผลทวี · ไมตรี สุเทพากุล
Lower court
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ
Supreme Court black case no.
ทก.(ป)135/2557
Trial court black case no.
ทป116/2555
Trial court red case no.
ทป9/2557
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 12650/2556

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการขอจดทะเบียนและการคัดค้านการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการเพิกถอนเครื่องหมายการค้าไว้เป็นลำดับ ตั้งแต่หมวดที่ 1 ส่วนที่ 1 การขอจดทะเบียนเครื่องหม…

Supreme Court Judgment No. 16358/2555

การพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าใดในขณะที่จดทะเบียนคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าสำหรับสิน…

Supreme Court Judgment, B.E. 2555 (ref. 554419)

แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าใ…

Supreme Court Judgment No. 5509/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ฯ มาตรา 26 กำหนดว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2552 (ref. 502922)

โจทก์ใช้ "เสือ" เป็นเครื่องหมายการค้าซึ่ง "เสือ" เป็นสัตว์ตามธรรมชาติที่มีอยู่และพบเห็นทั่วไป ดังนั้น บุคคลต่างๆ ย่อมสามารถใช้ "เสือ" เป็นเครื่องหมายการค้าได้เช่นกัน โจทก์ไม่อาจหวงกันห้ามบุคคลอื่นที่จ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up