Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2492 (ref. 53271)

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามพระราชบัญญัติศุลกากร 2486 มาตรา 10 กำหนดเวลาชำระหนี้ค่าภาษีของผู้ส่งของออกต้องถือว่าตกอยู่ในขณะที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบขนสินค้าให้ (อ้างฎีกา 476/2492)ใบขนสินค้านั้น กรมศุลกากรออกให้แก่ผู้ขนส่งสินค้าเมื่อชำระค่าภาษี วิธีการต่อมาก็เป็นแต่เพียงการที่โจทก์ต้องนำใบขนไปให้เจ้าพนักงานของกรมศุลกากรตรวจสอบกับสินค้าว่าตรงตามใบขนนั้นหรือไม่ แล้วควบคุมสินค้านั้นไปจนถึงท่าออกเรือ เพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนเพิ่มเติมสินค้านั้นเท่านั้น กรมศุลกากรหามีอำนาจที่จะเพิกถอนใบขนที่ได้ออกให้แล้วนั้นไม่โจทก์ผู้ขนส่งสินค้าลงนามในบันทึกหลังใบขนสินค้าขาออกว่า"ถ้าคำนวณตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในวันที่ 7/5/89ข้าพเจ้าได้ชำระเงินเพิ่มเติมอีก" นั้นหาใช่เป็นการรับสภาพหนี้ไม่

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2486 Section 10 ป.พ.พ. Section 402

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 2 สำนวนนี้ ศาลพิจารณารวมกัน ได้ความว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2489 โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ขออนุญาตจำเลยส่งสินค้าปลาทูเค็มออกไปฮ่องกงโดยเรือกลไฟของบริษัทอีสเซียติ๊ก จำกัด นายประเสริฐโจทก์ได้ชำระค่าภาษีขาออก 3,840 บาท นายเป็งจือโจทก์ชำระ 2,520 บาทให้แก่จำเลย ซึ่งเงินค่าภาษีขาออกทั้ง 2 จำนวนนี้เป็นการถูกต้องครบถ้วนตามอัตราแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลานั้นและเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้ออกใบอนุญาตให้ขนส่งสินค้านั้นไปได้แล้ว ในระหว่างที่กำลังขนส่งสินค้านั้นลงเรือก่อนที่เรือออกจากเกาะสีชังอันเป็นเขตท่าเรือชั้นที่สุด ได้มี พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2489 ออกใช้เป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม2489 เป็นต้นไป

ถ้าคำนวณภาษีขาออกตามกฎหมายฉบับใหม่ นายประเสริฐโจทก์จะต้องชำระสำหรับค่าสินค้านั้นอีก 76,800 บาท นายเป็งจือโจทก์อีก 50,400 บาท จำเลยได้บังคับให้โจทก์ชำระเงินตามที่เพิ่มขึ้นนั้นมิฉะนั้นไม่ยอมให้เรือบันทุกสินค้านั้นออกไป เป็นเหตุให้บริษัทอี๊สเอเชียติ๊กจำกัดเจ้าของเรือต้องค้ำประกันเงินค่าภาษีนั้นไว้เพื่อให้ปล่อยเรือสินค้าออกไปได้ และทำให้โจทก์ต้องชำระเงินทั้งสองจำนวนแก่จำเลยเพื่อปลดการค้ำประกันโจทก์จึงฟ้องเรียกเงินทั้ง 2 จำนวนคืนพร้อมทั้งดอกเบี้ยอ้างว่าจำเลยไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีกได้จำเลยให้การแก้ว่าจำเลยมีอำนาจเรียกเก็บเอาเงินค่าภาษีขาออกสำหรับสินค้าของโจทก์ในอัตราใหม่ได้ตามกฎหมายและว่าหนี้รายนี้โจทก์ก็รับสภาพหนี้และชำระให้จำเลยแล้วและตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยชำระเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามฟ้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร 2486 นั้นกำหนดเวลาชำระหนี้ค่าภาษีของผู้ส่งของออกต้องถือว่าตกอยู่ในขณะที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบขนสินค้าให้ข้อโต้เถียงของจำเลยว่า การที่โจทก์เสียภาษีกับการที่จำเลยเก็บภาษีอาจแยกออกจากกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าใบขนนั้นจำเลยได้ออกให้แก่โจทก์แล้วเมื่อชำระค่าภาษี วิธีการต่อมาก็เป็นแต่เพียงการที่โจทก์ต้องนำใบขนไปให้เจ้าพนักงานของจำเลยตรวจสอบกับสินค้าว่าจะตรงตามใบขนนั้นหรือไม่แล้วควบคุมสินค้านั้นไปจนถึงท่าออกเรือเพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนเพิ่มเติมสินค้านั้นเท่านั้น จำเลยหามีอำนาจที่จะเพิกถอนใบขนที่ได้ออกให้แล้วนั้นไม่ ฉะนั้นการเรียกเก็บภาษีจึงเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปแล้วในขณะที่ออกใบขนข้อที่จำเลยโต้แย้งว่า การฟ้องของโจทก์เป็นการเรียกคืนลาภมิควรได้ แต่จำเลยได้ทำการรับสภาพหนี้เป็นการกระทำเพื่อชำระหนี้และมาฟ้องเกิน 1 ปีนับแต่วันรับสภาพหนี้แล้วนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ลงนามในบันทึกหลังใบขนสินค้าขาออกว่า "ถ้าคำนวณตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในวันที่ 7/5/89 ข้าพเจ้าจะต้องชำระเงินเพิ่มเติมอีก" นั้น หาใช่เป็นการรับสภาพหนี้อย่างไรไม่ เพราะแสดงอยู่ในตัวประกอบกับข้อเท็จจริงแห่งคดีว่าโจทก์ยังโต้แย้งสิทธิในการเรียกเก็บภาษีเพิ่มของจำเลยอยู่ตลอดเวลา การที่โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยไปก็มิใช่เป็นการชำระหนี้ เพราะในใบเสร็จรับเงินของจำเลยเองมีข้อความชัดอยู่ว่าเป็นเงินวางประกัน แสดงให้เห็นว่าต่างฝ่ายต่างสงวนสิทธิที่จะมาตั้งพิพาทหรือข้อโต้แย้งกันในทางศาลพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up