Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5310/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การได้สิทธิในทางภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 จะต้องเป็นกรณีที่ได้ใช้ทางดังกล่าว โดยปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดินเพื่อให้ได้ทางภารจำยอม การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทโดยเสียเงินค่าตอบแทนแก่เจ้าของที่ดินเดิม จึงมิใช่เป็นการใช้สิทธิในทางพิพาทในที่ดินโดยการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดินแม้จะเป็นเวลาเกินกว่า10 ปี ก็ไม่อาจอ้างว่าได้สิทธิภารจำยอมในทางพิพาทตามกฎหมาย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาว่าทางเดินซึ่งอยู่ในที่ดินมีโฉนดของจำเลยทั้งสามเป็นทางภารจำยอมกับให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนต้นไม้ รั้วไม้และขนย้ายสิ่งของออกไปจากทางพิพาท หากจำเลยทั้งสามไม่รื้อถอนให้จำเลยทั้งสามออกค่าใช้จ่ายให้โจทก์รื้อถอนเองเป็นเงิน 50 บาทจำเลยทั้งสองสำนวนให้การ ขอให้ยกฟ้องก่อนชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นสั่งจ่าศาลไปทำแผนที่พิพาท โดยทั้งสองฝ่ายต่างนำชี้เขตที่ดินโฉนดของตน โจทก์นำชี้ว่าทางตามเส้นสีเขียวประและสีแดงประกว้างประมาณ 2.20 เมตร ยาวประมาณ 39 เมตรเศษในที่ดินโฉนดของจำเลยทั้งสามคือทางพิพาท ส่วนจำเลยนำชี้ว่าโจทก์มีทางออกสู่ทางสาธารณะด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของที่ดินตามทางเส้นสีดำประหมายเลข 1 และ 2 ดังปรากฏตามแผนที่พิพาทหมาย

จ.ล.1 และกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าทางตามเส้นสีเขียวประและสีแดงประในที่ดินมีโฉนดของจำเลยทั้งสามเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์หรือไม่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ทางพิพาทตามแนวเส้นสีเขียวประกับเส้นสีแดงประในแผนที่พิพาทหมาย จ.ล.1 ซึ่งอยู่ในโฉนดเลขที่ 9456, 14796, 14797 ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรี ของจำเลยทั้งสามเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนต้นไม้ รั้วไม้ และขนย้ายสิ่งของออกไปจากทางพิพาทจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ทางพิจารณาพยานหลักฐานโจทก์ได้ความว่า ที่ดินโฉนดที่ 9456 ของจำเลยที่ 1 และที่ 3เดิมมีนางเทียบ รุ่งแจ้ง กับนายเผียน จันทร์ปรุง สามีจำเลยที่ 1ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ขณะโจทก์ฟ้องคดีคนทั้งสองถึงแก่กรรมไปแล้วที่ดินส่วนของนายเผียนตกเป็นของจำเลยที่ 1 ที่ดินส่วนของนางเทียบตกเป็นของจำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ส่วนที่ดินโฉนดที่ 14796 และโฉนดที่ 14797เดิมเป็นของนางแห่ว จันทร์ปรุง นางแห่วได้จดทะเบียนโอนขายแก่นายเผียน จันทร์ปรุง และจำเลยที่ 2 คนละโฉนด เมื่อนายเผียนตายที่ดินโฉนดที่ 14796 จึงตกเป็นของจำเลยที่ 1 ภริยา ที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวอยู่ทางด้านทิศใต้ของที่ดินโจทก์

จำเลยทั้งสามเบิกความรับว่าทางพิพาทอยู่ในที่ดินทั้งสามโฉนดของจำเลยจริงคดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่า ทางพิพาทตามเส้นสีเขียวประและสีแดงประในแผนที่พิพาทหมาย จ.ล.1 เป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์หรือไม่ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าว จึงฟังได้ว่าเดิมโจทก์ใช้ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้งสามกว้างประมาณ 2 ศอก เดินผ่านเข้าออกจากที่ดินโจทก์สู่ถนนใหญ่ ต่อมาโจทก์ได้ขอขยายทางให้กว้างขึ้น เพื่อสะดวกในการใช้สอย โดยเสียค่าตอบแทนแก่เจ้าของที่ดินเดิมมานานเกินกว่า 10 ปี ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2529 จำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมและเจ้าของที่ดินทั้งสามโฉนดได้ปิดกั้นไม่ยอมให้โจทก์ใช้ทางพิพาท โจทก์จึงได้ใช้ทางอื่นเข้าออกคดีนี้โจทก์กล่าวมาในคำฟ้องและมีคำขอท้ายฟ้องว่า ทางพิพาทเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์โดยทางอายุความ เพราะโจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกจากที่ดินโจทก์สู่ถนนใหญ่มาเกินกว่า 10 ปี

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 ในลักษณะ 3 การได้สิทธิในทางภารจำยอมโดยอายุความจะต้องเป็นกรณีที่โจทก์ได้ใช้ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้งสามโดยปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดิน เพื่อให้ได้ทางภารจำยอม การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทโดยเสียเงินค่าตอบแทนแก่เจ้าของที่ดิน จึงมิใช่เป็นการใช้สิทธิในทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้งสาม โดยการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดินแม้โจทก์จะใช้ทางพิพาทมาเกินกว่า10 ปี จนถึง พ.ศ. 2529 จำเลยที่ 1 ได้ปิดกั้นทางไม่ยอมให้โจทก์ใช้ทางพิพาทอีกต่อไป โจทก์จึงได้ฟ้องจำเลยทั้งสามใน พ.ศ. 2531โจทก์ไม่อาจอ้างว่าได้สิทธิภารจำยอมในทางพิพาท ตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ · สถิตย์ สิทธิลักษณ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

Supreme Court Judgment No. 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

Supreme Court Judgment No. 3996/2554

ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้ง 3 แปลง เดิมเป็นทางเกวียนมาก่อน บิดาโจทก์และโจทก์รวมทั้งชาวบ้านใช้ทางพิพาทเข้าออกไปมาจากหมู่บ้านไปทุ่งนาก่อนที่จะมีคลองชลประทาน จนกระทั่งปี 2523 ได้ขุดทางเกวียนเป็นคลองส่งน…

Supreme Court Judgment No. 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

Supreme Court Judgment No. 12102/2553

โจทก์ทั้งสามใช้ทางพิพาทโดยอาศัยสิทธิ ป.ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมิใช่เป็นการใช้สิทธิในทางพิพาทอันเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดินจึงไม่ก่อให้เกิดภาระจำยอม หลังจากจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของทางพิพาท โจทก์ทั้งสามมิไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up