คำฟ้องและคำให้การ
กรณีนี้ เดิมโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน ๑ แปลง กับเรือน ๑ หลัง ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้น เพื่อขายทอดตลาดใช้หนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าเรือนที่ยึดเป็นของผู้ร้อง ราคา ๒,๐๐๐ บาท ขอให้ปล่อยการยึด ศาลชั้นต้นฟังว่าเรือนพิพาทเป็นของจำเลย สั่งให้ยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ผู้ร้องอุทธรณ์ ่ศาลชั้นต้นสั่งว่า เรือนที่ร้องขัดทรัพย์ราคาไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท อุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๔ สั่งไม่รับอุทธรณ์
ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งว่า คดีมีทุนทรัพย์ ๒,๐๐๐ บาท เรือนในลักษณะถูกยึดมาขายเช่นนี้ย่อมเป็นสังหาริมทรัพย์ ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓๖ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งอุทธรณ์นี้ให้เป็นที่สุด
ผู้ร้องฎีกาไม่ได้
Result
พิพากษาให้ยกฎีกาผู้ร้อง (โกวิท ถิระวัฒน์ มณี ชุติวงศ์ ไฉน บุญยก)()ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสำเนียง ด้วงมหาสอนศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน