Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 526/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้พาอาวุธปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต หรือเป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ จากบทบัญญัติดังกล่าว การพาอาวุธปืนติดตัวไปได้ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน หากมิได้รับใบอนุญาตจะต้องเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ การที่จำเลยนำอาวุธปืนติดตัวไปในการประกอบธุรกิจของจำเลยเป็นปกติ ไม่ถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์แต่อย่างใด มิฉะนั้นเท่ากับว่าจำเลยสามารถพาอาวุธปืนไปได้ตลอดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 391, 80, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายชัยณรงค์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 (ที่ถูก ต้องระบุมาตรา 391 แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษบทหนักตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80), 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ (ที่ถูก มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ลงโทษจำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี 3 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงในความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยฎีกาของจำเลย จำเลยกระทำความผิดฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยประกอบธุรกิจเปิดร้านเจ็ดสาขา มีรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 30,000 บาท จำเลยไปเก็บเงินแต่ละสาขาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเงินรวมกันครั้งละ 1,000,000 บาท จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีอาวุธปืนติดตัวเพื่อป้องกันตนเองและทรัพย์สิน จำเลยซุกซ่อนอาวุธปืนไว้ในที่ลับ และไม่แสดงให้ผู้คนอื่นรู้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนติดตัว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้พาอาวุธปืน

เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต หรือเป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ดังนั้น จำเลยจะพาอาวุธปืนติดตัวไปได้ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อจำเลยมิได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้พาอาวุธปืนติดตัวได้จะต้องเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ การที่จำเลยนำอาวุธปืนติดตัวไปในการประกอบธุรกิจของจำเลยเป็นปกติ ไม่ถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์แต่อย่างใด มิฉะนั้นเท่ากับว่าจำเลยสามารถพาอาวุธปืนไปได้ตลอดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีบุคคลใดที่จะไปขออนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยอ้างเหตุว่าต้องใช้ในการป้องกันทรัพย์สินของตนเอง

ด้วยเหตุนี้กฎหมายจึงกำหนดไว้ว่าต้องมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยมิใช่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนแต่อย่างใด แต่เป็นหน้าที่ตามปกติของจำเลย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าผู้อื่นตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยมีสาเหตุกันมาก่อนเนื่องจากโจทก์ร่วมเป็นผู้รับมอบอำนาจให้ไปจับกุมการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนจำเลยประกอบกิจการร้านค้าขายเครื่องเล่นวิดีโอเกม เคยถูกโจทก์ร่วมจับฐานละเมิดลิขสิทธิ์มาแล้ว ขณะเกิดเหตุจำเลยเดินไปแต่เพียงลำพังผู้เดียว ส่วนโจทก์ร่วมอยู่ด้วยกันไม่ต่ำกว่า 4 คน

คือ โจทก์ร่วม ร้อยตำรวจเอกธรรมนูญ สิบตำรวจเอกวรพจน์ และนายปฐมพล เพื่อนของโจทก์ร่วม จึงไม่เชื่อว่าจำเลยเพียงคนเดียวจะกล้าเข้าไปทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมซึ่งอยู่กับพวกรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 4 คน ทั้งได้ความจากร้อยตำรวจเอกธรรมนูญเบิกความว่า โจทก์ร่วมเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปหาจำเลยและพูดหาเรื่องจำเลยก่อน โดยก่อนวิ่งไปได้ส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่ร้อยตำรวจเอกธรรมนูญไว้ แสดงให้เห็นว่าโจทก์ร่วมมีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกายจำเลยโดยเห็นว่ามีพรรคพวกมากกว่าซึ่งโจทก์ร่วมก็ยอมรับว่าได้ชกจำเลยล้มลงและเตะจำเลยขณะที่จำเลยล้มลงด้วย เมื่อจำเลยลุกขึ้นวิ่งหนี โจทก์ร่วมก็วิ่งไล่ตาม นอกจากนี้สิบตำรวจเอกวรพจน์วิ่งตามไป และได้ความจากนายณัฐพงศ์

นายเอกชัย นางสุภารัตน์ และเด็กหญิงสุดารัตน์ พยานโจทก์ โจทก์ร่วมเบิกความยืนยันว่า นายปฐมพลวิ่งตามไปด้วย คำเบิกความสอดคล้องกันโดยเฉพาะนายเอกชัยเป็นพยานคนกลางไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใดจึงฟังได้ว่า นายปฐมพลก็วิ่งตามโจทก์ร่วมไปด้วย โจทก์ฟ้องว่าจำเลยชกโจทก์ร่วมที่ลำตัว แต่ทางพิจารณากลับปรากฏจากพยานโจทก์และโจทก์ร่วมบางปากว่า โจทก์ร่วมทำร้ายจำเลยฝ่ายเดียว บางปากโดยเฉพาะโจทก์ร่วมเบิกความว่า จำเลยชกแต่ไม่ถูก จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วม พฤติการณ์ของโจทก์ร่วมกับพวกเป็นการก่อให้เกิดภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้ถึง ถ้าจำเลยได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นก็เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ยังเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมแก่จำเลยด้วย ดังนั้น การที่จำเลยวิ่งไปนำอาวุธปืนในรถออกมายิงไปยังโจทก์ร่วม จึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แต่เมื่อโจทก์ร่วมวิ่งหนีจำเลยกลับไปแล้ว จำเลยยังวิ่งไล่ตามไปใช้อาวุธปืนไล่ยิงโจทก์ร่วมทางด้านหลังอีก 3 นัด บางนัดยิงขณะที่โจทก์ร่วมล้มลงแล้ว ดังจะเห็นได้จากวิถีกระสุนเข้าที่สะโพกด้านขวาทะลุลงขาหนีบจนโจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัส จำเลยไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่าเป็นการกระทำโดยป้องกันได้อีก เนื่องจากโจทก์ร่วมมิได้มีพฤติการณ์ในการที่จะทำภยันตรายแก่จำเลยแล้ว การที่จำเลยยิงโจทก์ร่วมไปจึงมิใช่เป็นการป้องกันโดยชอบ หากแต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเนื่องจากถูกโจทก์ร่วมกับพวกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม

แม้จะฟังได้ว่าสิบตำรวจเอกวรพจน์ใช้อาวุธปืนยิงมายังจำเลยก็ตาม จำเลยก็คงมีสิทธิป้องกันเฉพาะกระทำต่อสิบตำรวจเอกวรพจน์เท่านั้น ทั้งนี้เพราะไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมมีอาวุธปืนและจะทำร้ายจำเลยอีก กรณีเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ และเห็นว่าความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำคุก 1 ปี นั้น หนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสม

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และ 72 ให้จำคุก 3 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำคุก 6 เดือน จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม เมื่อลดโทษแล้วรวมจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ศิริชัย วัฒนโยธิน · อภิรัตน์ ลัดพลี · ทวีป ตันสวัสดิ์
Lower court
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายปรีชา ธนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายอธิคม อินทุภูติ
Supreme Court black case no.
อ.4658/2550
Trial court black case no.
อ9821/2542
Trial court red case no.
อ6212/2546
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6267/2568

ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร กับความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมกันหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุ…

Supreme Court Judgment No. 2802/2567

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4479/2565

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ตาม ป.อ. มาตรา 288 จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาคดีในส่วนข…

Supreme Court Judgment No. 4461/2565

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และฐานพาอาวุธปืนตาม ป.อ. มาตรา 80, 288, 371 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปื…

Supreme Court Judgment No. 4460/2565

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืน ตาม ป.อ. มาตรา 80, 288, 371 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up