Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5248/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีได้กระทำการละเมิดโจทก์โดยดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องการบังคับคดีและมีคำขอในลักษณะที่จะให้มีการเพิกถอนการบังคับคดี โดยไม่ได้เรียกค่าเสียหายเอาจากจำเลยที่ 1กรณีเช่นนี้โจทก์จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 วรรคสอง โดยยื่นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีเสร็จสิ้นลงโจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีเป็นคดีใหม่ไม่ได้ ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์กล่าวในฟ้องว่า โจทก์เพียงขอซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ยอมขายคืนให้ การที่จำเลยที่ 2จะขายคืนให้โจทก์หรือไม่เป็นสิทธิของจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องได้ที่โจทก์ขอซื้อจึงเป็นเพียงการแสดงเจตนาต่อจำเลยที่ 2 เท่านั้น จำเลยที่ 2จะสนองรับเจตนาของโจทก์หรือไม่จึงอยู่ที่ความพอใจของจำเลยที่ 2เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่สนองรับเจตนาของโจทก์จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 680/2529 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลในคดีดังกล่าวต่อมาโจทก์ได้ซื้อที่ดินพิพาทจากนางตุ่น สาจิตต์หรือสาจิตร์นางตุ่นสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ในกำหนดแต่นางตุ่นได้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์และมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์เข้ายึดถือครอบครองตั้งแต่วันซื้อขายแล้ว เมื่อครบกำหนดเวลานางตุ่นไม่ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทโจทก์จึงฟ้องนางตุ่นให้โอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ต่อศาลจังหวัดกำแพงเพชรได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยนางตุ่นยอมรับว่าได้ขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ได้รับชำระค่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ได้สละสิทธิครอบครอง

ส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์เข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์และได้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ยึดถือไว้ในวันขาย โดยสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ในกำหนดดังกล่าวจริง นางตุ่นตกลงรับจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในวันที่1 สิงหาคม 2531 เวลา 10 นาฬิกา หากไม่ไปขอให้ถือเอาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมแทนการแสดงเจตนาของนางตุ่น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดกำแพงเพชรพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดครั้นถึงวันนัดโจทก์ได้นำสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมไปยื่นคำขอจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินอำเภอบรรพตพิสัยแต่ไม่อาจดำเนินการได้ เนื่องจากที่ดินพิพาททางศาลชั้นต้นได้แจ้งการยึดทรัพย์ไว้ สั่งให้ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์ทราบในภายหลังว่า ระหว่างที่โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่นั้น จำเลยที่ 1 กับพวกได้ไปยึดที่ดินพิพาทของโจทก์แต่มิได้ไป ณ ที่ดินพิพาท จำเลยที่ 1ทำผิดระเบียบวิธีปฏิบัติในการบังคับคดี ยึดที่ดินพิพาทโดยไม่มีต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

ไม่ได้ให้นางตุ่นส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือถามหาว่าอยู่กับผู้ใด และยึดที่ดินพิพาทโดยไม่มีหลักฐานประกอบ แล้วประกาศขายทอดตลาดไปจนในที่สุดจำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล จำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการที่จำเลยที่ 1ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การขายทอดตลาดที่ดินพิพาทตามคำสั่งศาลซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อได้จึงตกเป็นโมฆะ การกระทำของจำเลยที่ 1ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ก่อนฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอบรรพตพิสัยเรียกโจทก์ นางตุ่น และจำเลยที่ 2 ไปเจรจาแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ โจทก์เสนอขอชดใช้ราคาที่จำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล จำเลยที่ 2 ไม่ยินยอมการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยไม่สุจริตทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยที่ 2 และบริวารเกี่ยวข้อง การยึดและการขายทอดตลาดทรัพย์ของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่680/2529 เป็นไปโดยไม่ชอบให้ตกเป็นโมฆะ และห้ามมิให้เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอบรรพตพิสัยจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินพิพาทจนกว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า โจทก์ชอบที่จะดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการบังคับคดี ไม่ชอบที่จะยื่นฟ้องเป็นคดีนี้ สำหรับจำเลยที่ 2 นั้น จำเลยที่ 2 มิได้กระทำการใดอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้รับฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่าจะต้องรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาหรือไม่ ได้พิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้ว สำหรับจำเลยที่ 1 นั้นโจทก์กล่าวในฟ้องว่าเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องการบังคับคดีและมีคำขอในลักษณะที่จะให้มีการเพิกถอนการบังคับคดี โดยมิได้เรียกค่าเสียหายเอาจากจำเลยที่ 1 ซึ่งในกรณีนี้นั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะแล้วว่าให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง โจทก์จึงต้องดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าวจะฟ้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีเป็นคดีใหม่มิได้ ถึงแม้คำฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1นั้นจะกล่าวมาในลักษณะที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์ แต่โจทก์ก็มิได้เรียกค่าเสียหายมาในคำฟ้อง เช่นนี้คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 จึงไม่มีประโยชน์ที่จะรับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป ส่วนคำฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นั้น โจทก์กล่าวในฟ้องและฎีกาขึ้นมาว่าโจทก์เพียงขอซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2ไม่ยอมขายคืนให้ เห็นได้ว่า การที่จำเลยที่ 2 จะขายคืนให้โจทก์หรือไม่นั้นเป็นสิทธิของจำเลยที่ 2 โจทก์มิได้มีสิทธิใด ๆ ที่จะไปบังคับให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องได้ เมื่อจำเลยที่ 2 จะขายหรือไม่เป็นสิทธิของจำเลยที่ 2 การที่โจทก์ขอซื้อจึงเป็นเพียงการแสดงเจตนาของโจทก์ต่อจำเลยที่ 2 เท่านั้น การที่จำเลยที่ 2 จะสนองรับเจตนาของโจทก์ดังกล่าวหรือไม่จึงอยู่ที่ความพอใจของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่สนองรับเจตนาของโจทก์เช่นนี้ จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยที่ 2 กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์แต่ประการใด จึงไม่มีกรณีที่จะรับฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาเช่นเดียวกันพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1062/2537

ที่ดินของจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นที่ลุ่มอยู่ต่ำกว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสิบเจ็ด จำต้องรับน้ำซึ่งไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงมาในที่ดินของตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1339 วรรคแรกและจำต้องรับน้ำซึ่งไหลเ…

Supreme Court Judgment No. 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

Supreme Court Judgment No. 3591/2559

การที่จำเลยผู้สู้ราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดชั้นเดิมละเลยไม่ใช้ราคาซื้อทรัพย์ตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่จำเลยทำไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี จนเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องขายทอดตลาดอีกซ้ำหนึ่ง และได้เงินเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

Supreme Court Judgment No. 15876/2556

โจทก์ในฐานะผู้จัดสรรทำถนน ทางเท้าและรั้วคอนกรีตพิพาทล้อมรอบที่ดินของโครงการที่จัดสรรมาแต่เดิม ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการสัญจรและรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการโดยเฉพาะ มิได้หมายที่จะใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up