Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5212/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้อง โดยขอให้จำเลยจ่ายเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเจ็ดวันของค่าจ้างที่เป็นค่านายหน้าจากการขายไปจนกว่าจะชำระเสร็จ อันเป็นกรณีที่โจทก์เรียกร้องเงินเพิ่มตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 ซึ่งขณะยื่นฟ้องโจทก์ทราบถึงสิทธิในข้อนี้อยู่แล้วและคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องก่อนวันชี้สองสถาน หรือก่อนวันสืบพยานแล้วแต่กรณี โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้าจากการขายจากจำเลย จำเลยให้การว่าค่านายหน้าที่โจทก์เรียกมา 8,103.55 บาท นั้น จำเลยขอปฏิเสธความจริงจำเลยค้างชำระอยู่เพียง 2,722.29 บาท ถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิเสธจำนวนค่านายหน้าที่ต้องรับผิดต่อโจทก์แล้ว ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง เพราะจำเลยยังมิได้รับชำระราคาสินค้า จึงอยู่ในประเด็นที่จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 177 ป.วิ.พ. Section 180 ป.วิ.พ. Section 86 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยผู้เป็นนายจ้าง จ่ายค่าจ้างค้างชำระค่านายหน้าและเงินสะสมพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่าค่านายหน้าที่โจทก์เรียกมา 8,103.55 บาท จำเลยขอปฏิเสธ ความจริงค้างชำระเพียง 2,722.29 บาท โจทก์ละทิ้งงาน ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินสะสมเป็นเงิน 6,380.38 บาท และค่านายหน้าเป็นเงิน 2,922.29 บาท ให้แก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

โจทก์อุทธรณ์ข้อแรกว่าการที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องตามคำร้องลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2531 นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะคดีของโจทก์เป็นการฟ้องเรียกเงินค่านายหน้าจากการขายสินค้าซึ่งถือว่า เป็นค่าจ้างอันเป็นปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา180 วรรคสอง(2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2531 โจทก์ขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้องโดยขอให้จำเลยจ่ายเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเจ็ดวันของค่าจ้างที่เป็นค่านายหน้าจากการขายจำนวน8,103.55 บาท ที่ถึงกำหนดชำระในวันที่ 31 พฤษภาคม 2531 นับแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2531 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จเป็นกรณีที่โจทก์เรียกร้องเงินเพิ่มตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 ซึ่งขณะยื่นฟ้องโจทก์ทราบถึงสิทธิในข้อนี้อยู่แล้วชอบที่จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องได้ก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานแล้วแต่กรณี การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากที่โจทก์สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

คำร้องดังกล่าวของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์นั้น ชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้าจากการขายจากจำเลยเป็นเงิน 8,103.55 บาท แต่จำเลยให้การเพียงว่า จำเลยค้างชำระค่านายหน้าแก่โจทก์เป็นเงิน 2,722.29 บาท โดยมิได้ให้การว่าเหตุใดจำเลยจึงค้างชำระค่านายหน้าแก่โจทก์ตามจำนวนดังกล่าวทั้งมิได้ให้การถึงจำนวนค่านายหน้าที่แตกต่างจากฟ้อง คำให้การของจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177วรรคสอง จำเลยไม่มีสิทธิที่จะนำสืบว่าโจทก์มีสิทธิได้รับค่านายหน้าจากการขายเฉพาะราคาสินค้าซึ่งจำเลยได้รับชำระราคาส่วนสินค้าที่ลูกค้ายังมิได้ชำระราคา

โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่านายหน้าและนอกจากนี้เมื่อโจทก์นำพยานเข้าสืบ จำเลยก็มิได้ถามค้านพยานโจทก์ถึงความข้อนี้ ข้อนำสืบของจำเลยจึงรับฟังไม่ได้ การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังตามข้อนำสืบของจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิเสธจำนวนค่านายหน้าที่ต้องรับผิดต่อโจทก์โดยชอบแล้ว ที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง เพราะจำเลยยังมิได้รับชำระราคาสินค้า จึงอยู่ในประเด็นที่จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้ ส่วนการที่จำเลยมิได้ถามค้านพยานโจทก์ในข้อนี้ไว้ก่อนก็ไม่ปรากฏว่า โจทก์ได้คัดค้านไว้ในขณะที่จำเลยสืบพยาน จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังพยานจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 89 อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นเช่นกันสำหรับข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามคำขอนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 15 มิถุนายน2531 ขอแก้ไขคำฟ้อง และศาลแรงงานกลางได้มีคำสั่งอนุญาตแล้วนั้นโจทก์ขอให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสะสมและค่านายหน้าให้แก่โจทก์แต่จำเลยมิได้จ่าย จำเลยย่อมตกเป็นผู้ผิดนัด มีหน้าที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
สุพจน์ นาถะพินธุ · มาโนช เพียรสนอง · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10026/2560

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 เห็นว่า คำให้การจำเลยไม่ชัดแจ้ง คดีไม่มีประเด็นเรื่องอำนาจฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณ…

Supreme Court Judgment No. 7379/2554

จำเลยร่วมให้การในชั้นแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยร่วม จำเลยที่ 2 นั่งรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับมาเพราะต้องไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเปิดปิดการระบายน้ำในการชลประทาน จำเลยที่ 2 มิได้…

Supreme Court Judgment No. 11317/2553

การขอแก้ไขคำให้การต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลก่อนวันนัดชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดี…

Supreme Court Judgment No. 1603/2551

คำให้การที่ขัดแย้งกันเองจะต้องเป็นคำให้การที่ยืนยันข้อเท็จจริงหลายทางและไม่ชัดแจ้งว่าข้อเท็จจริงที่ให้การนั้นเป็นไปในทางใดทางหนึ่ง คดีนี้จำเลยให้การตอนแรกว่าจำเลยไม่เคยทำสัญญากู้เงินหรือได้รับเงินจากบ…

Supreme Court Judgment No. 493/2546

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวดังกล่าวกับ อ. ในระหว่างอายุสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินและตึกแถวพิพาทให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โจท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up