Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2496 (ref. 51215)

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำว่า'พ่อค้า' ย่อมเป็นที่เข้าใจกันทั่วๆ ไปว่าผู้ที่ประกอบกิจการค้าเป็นปกติมิใช่ว่าถ้าผู้ใดกระทำการค้าเพียงชั่วครั้งคราวก็ถือว่าเป็นพ่อค้า กระทรวงการคลังต้องการฝิ่นเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งให้มีอำนาจจัดซื้อฝิ่นจากเอกชนทั่วไปในภาคเหนือ ในการจัดหาซื้อฝิ่นนี้ เจ้าหน้าที่ได้ออกใบคุ้มครองกำหนดเขตที่จะไปหาฝิ่นให้เมื่อได้ฝิ่นมาแล้ว จะนำไปขายแก่ผู้อื่นหรือใช้เองไม่ได้ต้องขายแก่คณะกรรมการดังนี้จะเห็นได้ว่าพวกที่เข้าทำสัญญารับจะหาซื้อฝิ่นให้แก่คณะกรรมการนั้น เป็นการกระทำชั่วครั้งคราว มิได้เป็นการยั่งยืนดังลักษณะของพ่อค้าแต่อย่างใด ยิ่งเป็นเรื่องซื้อขายฝิ่นซึ่งตามปกติจะกระทำมิได้ เพราะกฎหมายห้าม ก็ย่อมเห็นได้ชัดว่าจะถือว่าพวกเหล่านี้เป็นพ่อค้าไม่ได้แม้จะปรากฏว่าบางคนได้จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งร้านขายยาหรือทำป่าไม้ ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นพ่อค้าขายฝิ่นรายนั้น ฉะนั้นการที่พวกขายฝิ่นแก่คณะกรรมการจะฟ้องเรียกราคาฝิ่นจากคณะกรรมการหรือจากกระทรวงการคลังจึงต้องถืออายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ราคาฝิ่นแต่ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5ต่อปีให้จำเลยใช้ตั้งแต่วันฟังคำพิพากษาฎีกา เพราะมีกรณีมัวหมองระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย มิใช่จำเลยตระบัดสิน

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

คดี 8 สำนวนนี้ต่างโจทก์แต่จำเลยคนเดียวกัน ศาลจึงได้รวมพิจารณาพิพากษา ในคำฟ้องมีว่า ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในสถานะสงครามเมื่อ พ.ศ. 2485 กระทรวงการคลังจำเลยมีความต้องการฝิ่นเพื่อนำมาจำหน่ายให้แก่ประชาชนตามวิธีการของรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมาย จำเลยได้แต่งตั้งข้าราชการขึ้นคณะหนึ่งเรียกชื่อว่า "คณะกรรมการจัดซื้อฝิ่นสหรัฐไทยเดิมหรือกรรมการจัดซื้อฝิ่นเคลื่อนที่" ให้มีอำนาจหน้าที่จัดซื้อฝิ่นจากเอกชนทั่วไปในภาคเหนือของประเทศไทย จำเลยโดยคณะกรรมการดังกล่าวนี้ได้ซื้อฝิ่นจากโจทก์และได้รับฝิ่นทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว โจทก์ได้รับชำระเงินค่าฝิ่นไปบ้างแล้ว คงค้างชำระอยู่อีก จึงขอให้พิพากษาบังคับจำเลยชำระเงินค่าฝิ่นที่ค้างกับดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเงินเสร็จจำเลยให้การต่อสู้หลายประการ และตัดฟ้องว่าโจทก์ฟ้องเกินกำหนดระยะเวลาอายุความตามมาตรา 165 ข้อ 1 และวรรคท้ายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ศาลแพ่งพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า บรรดาโจทก์ที่ขายฝิ่นแก่รัฐบาลนี้เป็นพ่อค้า ต้องนับอายุความตามมาตรา 165 แต่โจทก์ฟ้องคดีเกิน 5 ปีขาดอายุความ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้ง 8 สำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีรายนายชวงเลียงและนายอุดมเป็นโจทก์ มีการรับสภาพหนี้ คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระราคาฝิ่นแก่นายชวงเลียงโจทก์และนายอุดมโจทก์ ฯลฯ ส่วนคดีสำหรับโจทก์รายอื่นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแพ่งโจทก์ 6 สำนวนที่ศาลยกฟ้องฎีกา ส่วนโจทก์อีก 2 สำนวนที่ชนะคดี ฎีกาในเรื่องดอกเบี้ยจำลยฎีกาขอให้ยกฟ้องเฉพาะคดี 2 สำนวนศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า คำว่า "พ่อค้า" นี้ ย่อมเป็นที่เข้าใจกันทั่ว ๆ ไปว่า ผู้ที่ประกอบกิจการค้าเป็นปกติธุระมิใช่ว่าถ้าผู้ใดกระทำการค้าเพียงชั่วครั้งคราวก็ถือว่าเป็นพ่อค้ามิฉะนั้นบุคคลที่ทำการซื้อขายชั่วครั้งคราวก็จะกลายเป็นพ่อค้าไปหมดการที่พวกโจทก์เหล่านี้

เข้าทำสัญญารับจะหาซื้อฝิ่นมาขายแก่คณะกรรมการดังได้กล่าวแล้ว เป็นที่เห็นได้ว่าเป็นการกระทำชั่วครั้งคราว มิได้เป็นการยั่งยืนดังลักษณะของพ่อค้าแต่อย่างใดยิ่งเป็นเรื่องซื้อขายฝิ่นซึ่งตามปกติจะกระทำมิได้เพราะกฎหมายห้ามแล้ว ก็ย่อมเห็นได้ชัดว่า จะเกณฑ์ให้บุคคลจำพวกโจทก์เหล่านี้เป็นพ่อค้าไปไม่ได้อนึ่งแม้จะปรากฏว่า โจทก์บางคนได้จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งร้านขายยาหรือทำป่าไม้ ก็ไม่พอฟังว่าเป็นพ่อค้าขายฝิ่นรายนี้ไปได้เมื่อได้วินิจฉัยว่าโจทก์มิใช่พ่อค้าแล้ว ก็ต้องนับอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164 ซึ่งฟ้องโจทก์ยังอยู่ในกำหนดอายุความ และไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นว่าได้มีการรับสภาพหนี้หรือไม่ส่วนราคาซื้อขายฝิ่นจะควรคิดดังที่คณะกรรมการคิดให้เมื่อรับฝิ่นหรือที่กรมสรรพสามิตคิดให้ภายหลัง เห็นว่า ต้องคิดให้ตามที่คณะกรรมการคิดให้เมื่อรับฝิ่น เพราะได้รับฝิ่นไปแล้ว และไม่มีข้อโต้แย้งระหว่างผู้ขายกับคณะกรรมการผู้รับซื้อ ดังได้เคยวินิจฉัยไว้ในฎีกาที่ 763/2492จึง

Result

พิพากษากลับ 6 สำนวน ให้จำเลยใช้เงินโจทก์ แต่ดอกเบี้ยให้จำเลยใช้ตั้งแต่วันฟังคำพิพากษานี้ในอัตรา ร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี เพราะมีกรณีมัวหมองระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย มิใช่จำเลยตระบัดสิน

Matter details

Panel of judges
ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5352/2553

ในโครงการอาคารชุด ร. จำเลยจัดทำภาพจำลองอาคารและแผ่นโฆษณาระบุว่าจำเลยจะก่อสร้างอาคารศูนย์สรรพสินค้าขนาดใหญ่ติดกับอาคารชุด โดยมีสระน้ำขนาดใหญ่บนอาคารจอดรถของอาคารชุดเพื่อจูงใจลูกค้าให้ซื้อห้องชุดในโครงก…

Supreme Court Judgment No. 1962/2548

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยโจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจและขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ โจทก์จึงไม่เป็นพ่อค้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 165 (1) เดิม แต่ต่อมามาตรา 193/34 (1)…

Supreme Court Judgment No. 1336/2545

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายตึกแถวกัน ต่อมาจำเลยปลูกสร้างตึกแถวเสร็จพร้อมที่จะโอนให้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมชำระราคาส่วนที่เหลือแก่จำเลย ทั้งโจทก์ยังขอร้องให้จำเลยช่วยบอกขายตึกแถวดังกล่าวให้ด้วย…

Supreme Court Judgment No. 3942/2545

ตามปกติเมื่อมีการจองซื้อที่ดินแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อจะต้องมาทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับจำเลยอีกครั้งหนึ่งอันจะทำให้เกิดการผูกพันที่สมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ เมื่อโจทก์เห็นว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินมีข้อสั…

Supreme Court Judgment No. 6692/2540

การซื้อขายตราสารใบหุ้นซึ่งเจ้าของหุ้นได้ลงชื่อโอนหุ้นโดยมิได้ระบุชื่อผู้รับโอน แต่ส่งมอบใบหุ้นให้ไปซึ่งเรียกกันในวงการค้าหุ้นว่าเป็นการโอนหุ้นลอยนี้ คู่สัญญาทำการซื้อขายกันอย่างทรัพย์สินชนิดหนึ่ง มิได…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up