Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2497 (ref. 51136)

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ทำร้ายกันในขณะทำการวิวาทยังไม่ขาดตอน ต้องถือว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน กรณีวิวาทกันผู้ที่วิวาทกันไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงเป็นโจทก์ฟ้องไม่ได้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249,60 ให้จำคุก 10 ปี ลดตามมาตรา 59 เสีย 1 ใน3 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทำผิดโดยถูกยั่วโทสะ จึงแก้ให้ลดโทษตามมาตรา 55 กึ่งหนึ่ง เช่นนี้เป็นการแก้มาก คู่ความย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้คดีที่ศาลพิจารณารวมกัน มีอุทธรณ์ขึ้นมาเฉพาะคดีเดียวคู่ความในคดีที่ไม่ได้อุทธรณ์ จะมาฎีกาในชั้นฎีกาไม่ได้ เพราะคดีนั้นถึงที่สุดแล้วคดีที่มีการพิจารณารวมกันศาลลงโทษบทหนักตามฟ้องคดีหนึ่งมีอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาเฉพาะคดีที่ศาลลงโทษบทหนักนี้คดีที่ไม่มีอุทธรณ์ฎีกาก็เป็นอันยุติ เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิดในคดีที่ฎีกาขึ้นมา ศาลก็พิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ สำนวนแรกนายตี๋หรือตี๊เป็นโจทก์ฟ้องนายแก้วนายเอนกเป็นจำเลยหาว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันใช้ปืนยิงนายตี๋บาดเจ็บสาหัสโดยเจตนา แต่มีเหตุสุดวิสัยมาขัดขวางเสีย นายตี๋จึงไม่ตายขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 60, 63, 65 และขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 254, 338(3) ด้วยนายแก้วจำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าป้องกันตัวนายเอนกจำเลยที่ 2 ปฏิเสธสำนวนที่ 2 พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องภายหลังศาลประทับฟ้องของโจทก์สำนวนแรกกล่าวว่านายปรีชาจำเลยที่ 1 นายตี๋จำเลยที่ 2 วิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันมีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254นายตี๋จำเลยที่ 2 ปฏิเสธต่อสู้ว่าได้ถูกนายปรีชายิงเอาฝ่ายเดียวนายปรีชาจำเลยที่ 1 ชั้นแรกให้การปฏิเสธ แต่ภายหลังกลับให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงดังฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นแยกทำการพิจารณาแต่ละสำนวน

เมื่อเสร็จการพิจารณาแล้วได้ทำคำพิพากษารวมกันทั้งสองสำนวน ฟังข้อเท็จจริงว่า นายแก้วนายตี๋วิวาทกันและการที่นายแก้วใช้ปืนยิงนายตี๋ อันเกิดจากการวิวาทจะอ้างว่าทำการป้องกันตัวไม่ได้ พิพากษาว่านายแก้วจำเลยมีความผิดตามฟ้องทั้งสองสำนวนตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 60, 254, 338(1) และมาตรา 254 ส่วนนายตี๋มีความผิดตามมาตรา 254(สำนวนที่ 2) ให้วางโทษนายแก้วจำเลยรวมกันไป คือวางบทหนักตามมาตรา 247 และ 60 บทเดียวให้จำคุก 10 ปี ลดโทษปรานีตามมาตรา 59 ให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 6 ปี 8 เดือน ให้จำคุกนายตี๋จำเลย 1 เดือน ปรับ 200 บาท ยกโทษจำคุกให้นายตี๋ตามมาตรา 40 คงปรับสถานเดียว และริบปืนของกลาง ส่วนนายเอนกจำเลยไม่ได้ความว่าสมคบกับนายแก้วกระทำผิด ให้ยกฟ้องนายตี๋โจทก์ปล่อยนายเอนกจำเลยนายแก้วจำเลยสำนวนแรกสำนวนเดียวอุทธรณ์ต่อมา

นอกนั้นไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลดโทษนายแก้วตามมาตรา 55ให้กึ่งหนึ่งและลดปรานีให้อีก 1 ใน 3 คงจำคุกนายแก้วจำเลย 3 ปี4 เดือน แต่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ทำเป็นคำพิพากษารวมกันทั้งสองสำนวนในคำพิพากษาฉบับเดียวกันนายแก้วจำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนนายตี๋โจทก์ฎีกา ในข้อเท็จจริงว่า ศาลอุทธรณ์ลดโทษฐานยั่วโทสะตามมาตรา 55 ให้จำเลยกึ่งหนึ่งนั้น เป็นการแก้มากโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้นศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่นายตี๋โจทก์และนายแก้วจำเลยฎีกาในสำนวนที่ 2 ซึ่งตนต่างถูกพนักงานอัยการเป็นโจทก์นั้นฎีกาไม่ได้เพราะคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว โดยไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ขึ้นมาเลยส่วนฎีกาของนายแก้วจำเลยและนายตี๋โจทก์ในสำนวนแรกนั้นเห็นว่า

นายแก้วมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 60 ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี ลดโทษตามมาตรา 59 เสีย 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำผิดโดยถูกยั่วโทสะด้วย จึงแก้ให้ลดโทษให้จำเลยตามมาตรา 55 กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุกจำเลย 3 ปี 8 เดือน เช่นนี้เป็นการแก้มาก คู่ความย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้ และฟังว่าจำเลยทั้งสองได้วิวาทกันและนายแก้วจำเลยใช้ปืนพกยิงนายตี๋ 2 นัดในเวลากระชั้นชิด ขณะการวิวาทต่อสู้ยังไม่ขาดตอนจากกัน เมื่อนายแก้วจำเลยใช้ปืนยิงโจทก์เนื่องในการที่โจทก์จำเลยวิวาทกันนี้ ตามข้อกฎหมายโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามที่จำเลยฎีกาโต้เถียงขึ้นมา โจทก์จึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยได้พิพากษากลับให้ยกฟ้องของนายตี๋โจทก์ และยกฎีกาโจทก์เสียด้วย

Matter details

Panel of judges
นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2497 (ref. 88779)

ทำร้ายกันในขณะทำการวิวาทยังไม่ขาดตอน ต้องถือว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน กรณีย์วิวาทกัน ผู้ที่วิวาทกันไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงเป็นโจทก์ฟ้องไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.244,60, ให้…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Supreme Court Judgment No. 3318/2542

ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องและจำเลยขอคืนค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนค่าปรับแก่จ…

Supreme Court Judgment No. 18/2536

การกระทำของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต ได้แก่การที่จำเลยซึ่งเป็นศึกษาธิการกิ่งอำเภอเขาค้อเบิกเงินค่าครุภัณฑ์ตามฟ้องจากทางราชการแล้วไม่ส่งมอบให้แก่โจทก์ร่วม กลับนำไปใช้ประโยชน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up