Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5113/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ให้แก่โจทก์ ตามสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดินเอกสารท้ายฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 กลับจดทะเบียนโอนขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 4โดยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นทางให้เสียเปรียบแก่โจทก์ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 นั้น เมื่อสิทธิของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวเป็นเพียงบุคคลสิทธิซึ่งมีสิทธิเพียงที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 ไปทำการโอนขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ให้แก่โจทก์ตามสัญญาเท่านั้น โจทก์หามีทรัพย์สิทธิที่จะไปบังคับแก่จำเลยที่ 4 ผู้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์จากจำเลยที่ 1 แต่อย่างใดไม่ ดังนี้โจทก์จึงมิใช่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 6856 เนื้อที่ 14 ตารางวา ได้ร่วมกับบริษัทอัญชลี คุณาพร จำกัด และนายสมศักดิ์ แซ่ตั้ง ดำเนินการก่อสร้างอาคารพาณิชย์บนที่ดินแปลงดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1ได้มอบให้บริษัทอัญชลี คุณาพร จำกัด หรือนายสมศักดิ์ แซ่ตั้งเป็นตัวแทนทำสัญญาขายให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2532โจทก์ได้ตกลงซื้ออาคารพาณิชย์ 3.75 ชั้น จากบริษัทอัญชลี คุณาพรจำกัด ในราคา 2,500,000 บาท กำหนดชำระเงินเป็นงวด ๆ รวม 6 งวดงวดละ 200,000 บาท ส่วนที่เหลือจะชำระเมื่อไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ หลังจากทำสัญญาแล้วโจทก์ได้ชำระเงินตามข้อตกลงต่อมาเมื่ออาคารพาณิชย์สร้างใกล้เสร็จ

จำเลยที่ 1 และบริษัทอัญชลี คุณาพร จำกัด โดยนายสมศักดิ์ตัวแทนได้นัดให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2533แต่ปรากฏว่าทางฝ่ายจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา โดยทำการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ความกว้างไม่ถึง 4 เมตร และลึกเพียง 10 เมตรซึ่งไม่ถูกต้องในวันนัดจึงไม่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์พร้อมสิ่งปลูกสร้างกัน แต่โจทก์ได้ขออายัดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป แต่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้เยาว์โดยได้กระทำไปโดยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และที่ 3ในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครอง โดยจำเลยทั้งสี่ทราบดีอยู่แล้วว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

จำเลยที่ 1 มีภาระผูกพันตามสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์ ซึ่งโจทก์เป็นผู้อยู่ในฐานะในอันที่จะได้รับการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์จากจำเลยที่ 1 อยู่ก่อนแล้วการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบและได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 6856 พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว ระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 4 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ใช้อำนาจปกครองให้กลับคืนมาเป็นของจำเลยที่ 1จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์และจำเลยทั้งสี่ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันมาก่อน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง นอกจากนี้การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 นั้น เป็นการกระทำโดยมีค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานโดยสุจริตมาโดยตลอด มิได้ทำให้โจทก์เสียหายแต่ประการใด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 4 รับโอนที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์โดยไม่สุจริตนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์เสียก่อนว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ปัญหานี้แม้จะมิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าว โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ให้แก่โจทก์ ตามสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดินตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ต่อมาจำเลยที่ 1 กลับจดทะเบียนโอนขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 4โดยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นทางให้เสียเปรียบแก่โจทก์ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน

ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 4 นั้น เห็นว่าสิทธิของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวเป็นเพียงบุคคลสิทธิซึ่งมีสิทธิเพียงที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 ไปทำการโอนขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ให้แก่โจทก์ตามสัญญาเท่านั้น โจทก์หามีทรัพย์สิทธิที่จะไปบังคับแก่จำเลยที่ 4ผู้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์จากจำเลยที่ 1 แต่อย่างใดไม่โจทก์จึงมิใช่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ดุสิต เพชรปลูก · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5149/2561

คดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 93 และ 95 โดยที่ดินโฉนดเลขที่ 93 มีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว แต่โฉนดเลขที่ 95 มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ ในอีกคดีหน…

Supreme Court Judgment No. 3766/2545

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 วางหลักไว้ว่า การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นย่อมไม่กระทบถึงบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่น ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได…

Supreme Court Judgment No. 5807/2538

แม้ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแต่ผู้คัดค้านที่ 2 กับพวกฟ้องขอให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินระหว่าง อ. กับผู้คัดค้านที่ 1 และขอแบ่งที่ดินโฉนดพิพาท ในที่สุดได้มีการทำสัญญาประน…

Supreme Court Judgment No. 2444/2537

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดของศาลชั้นต้นโดยสุจริตและวางเงินมัดจำไว้บางส่วน แต่ก่อนที่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ดังนี้ แม้โจ…

Supreme Court Judgment No. 812/2533

บิดาโจทก์ยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสของบิดาโจทก์กับผู้ตายเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ไปแล้ว ถือได้ว่าบิดาโจทก์กับผู้ตายได้ตกลงแบ่งที่ดินทั้งแปลงดังกล่าวออกเป็นของแต่ละฝ่ายย่อมทำให้ที่ดินในส่วนที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up