เนื้อความคำพิพากษา
โจทฟ้องว่าโจทซื้อที่ดินโฉนดที่ ๑๖๔๘ ตำบนบาง+บูรน์ไว้จากนางยวง พูนประสาสน์ จำเลยทั้งสองอาสัยนางยวงปลูกเรือนหยู่ไนที่รายนี้ เมื่อโจทซื้อแล้ว ได้บอกไห้จำเลยทำสัญญาเช่า จำเลยไม่ยอมทำสัญญา ขอไห้ขับไล่ จำเลยไห้การว่า ที่ดินรายนี้เดิมเปนของนายยอดและนางแดง จำเลยได้ครอบครองเปนเจ้าของมา ๒๒ ปี เสส แล้วนายยอดสามีนางแดงจำเลยไปอุปสมบทเปนภิกสุนางแดงจำเลยและบุตรได้ครอบครองมาจนบัดนี้ ครั้นเวลาพิจารนา จำเลยนำสืบว่า ที่ดินรายนี้เปนของนางทิม ๆ ได้พูดยกไห้แก่นายยอด ผู้เปนน้องชายและแก่นางแดงจำเลย เมื่อ ๓๐ ปีมาแล้ว จำเลยได้ครอบครองตลอดมา สาลชั้นต้นพิพากสายกฟ้อง สาลอุธรน์พิพากสากลับ ไห้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท จำเลยดีกา
สาลดีกาเห็นว่า มาตรา ๖ แห่งประมวนกดหมายแพ่งและพานิชมีความว่า "ท่านไห้สันนิถานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกะทำการโดยสุจริต" เมื่อคดีได้ความว่า โจทซื้อที่ดินรายนี้โดยการจดทเบียนโอนกัมสิทธิโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน แม้จำเลยจะเปนผู้หยู่ไนถานะอันจะขอไห้จดทเบียนสิทธิของตนได้หยู่ก่อน ก็หาอาดเรียกร้องไห้เพิกถอนทเบียนได้ไม่ ตามที่ได้บัญญัติไว้ ไนปะรมวนกดหมายแพ่งและพานิชมาตรา ๑๓๐๐ จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์.(เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์-คง อิสรภักดี-ประมูล สุวรรณศร)นายเอี่ยม อรุนันท์ - นายนิติ+ อินสว่าง -