Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 510/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ถ้าศาลตรวจคำฟ้องคำให้การจากคำฟ้องและหรือคำให้การได้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติเพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีได้แล้ว การสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจะเป็นพยานที่ฟุ่มเฟือยเกินสมควร หรือเป็นการประวิงคดีให้ชักช้า ศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานเช่นว่านั้น หรือพยานหลักฐานอื่นต่อไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสอง เจ้าหน้าที่ชั้นต้นร่างคำสั่งเพื่อให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจดูชั้นหนึ่งก่อนว่า จะเป็นร่างคำสั่งที่มีข้อเท็จจริง และการปรับบทลงโทษตรงตามมติของ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ หากไม่ตรงหรือไม่ถูกต้องผู้มีอำนาจตรวจร่างคำสั่งหรือผู้มีอำนาจออกคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องได้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 86 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 84 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 85 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 86 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 87 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 104 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 105

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เป็นนิติบุคคลมีพลตำรวจเอกสุรพล จุละพราหมณ์ เป็นอธิบดีมีอำนาจตามกฎหมายรับผิดชอบบริหารงาน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ โจทก์รับราชการดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน มีการตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นรวม ๕ คำสั่ง คณะกรรมการสอบสวนเสร็จได้เสนอสำนวนการสอบสวนผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรผู้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมตำรวจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรทำความเห็นใน ๔ สำนวนแรกว่า ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์จะเรียกร้องเอาเงินตามที่ถูกกล่าวหา แต่การกระทำของโจทก์ไม่ค่อยเป็นไปตามระเบียบแบบแผน

เห็นควรเรียกตัวเข้ารับราชการตามเดิมและกักขัง ๓๐ วัน ส่วนสำนวนที่สอบสวนตามคำสั่งที่ ๑๒๑๐/๒๕๑๒ พลตำรวจโทจำรัส มังคลารัตน์ มีความเห็นว่าโจทก์ไม่มีความผิด แต่จำเลยกลับทำความเห็นเสนอไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าควรปลดโจทก์ออกจากราชการ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่จำเลยเสนอและจำเลยได้ออกคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะข้อกล่าวหาในคำสั่งปลดแต่ละข้อไม่มีการสอบสวนเป็นการขัดกับกฎ ก.พ.ฉบับที่ ๖๐ ซึ่งใช้อยู่ในขณะเกิดเหตุ และคำสั่งดังกล่าวพิมพ์มาจากร่างที่ถูกแก้ไขโจทก์อุทธรณ์คำสั่งลงโทษไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.พ. ก.พ.ยกคำร้องของโจทก์ตามความเห็นของ อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยของ ก.พ. โจทก์เป็นว่าอ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยของ ก.พ.พิจารณาเรื่องของโจทก์ไม่ถูกต้องทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาว่า คำสั่งที่ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีผลบังคับ ให้ศาลสั่งยกเลิกเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะการลงโทษโจทก์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นมติของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย (อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทย) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาโทษจำเลยเป็นแต่เพียงผู้ออกคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการตามมติของ อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๘๔, ๘๕, ๘๖ และ ๘๗แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ คดีนี้โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งต่อหัวหน้าคณะปฏิวัติผู้ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๐๔ หัวหน้าคณะปฏิวัติพิจารณาแล้วเห็นว่าคำสั่งลงโทษโจทก์ชอบด้วยกฎหมาย จึงยกอุทธรณ์ของโจทก์

คำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติถึงที่สุดตาม มาตรา ๑๐๕ คดีโจทก์ขาดอายุความโจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยหลายเรื่อง มีการตั้งกรรมการสอบสวนทุกเรื่องจำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ประพฤติตนไม่สมควร บกพร่องต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงจำเลยดำเนินการตามขั้นตอน ตามระเบียบแบบแผนโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลยสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า คำสั่งของจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากราชการเป็นคำสั่งลงโทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนถือว่าเป็นอำนาจตามกฎหมายของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ถ้าศาลตรวจคำฟ้อง คำให้การจากคำฟ้องและ/หรือคำให้การได้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติเพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีได้แล้ว การสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจะเป็นพยานที่ฟุ่มเฟือยเกินสมควร หรือประวิงคดีให้ชักช้า ศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานเช่นว่านั้นหรือพยานหลักฐานอื่นต่อไปได้ ตามมาตรา ๘๖ วรรค ๒แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และที่โจทก์ฎีกาต่อไปว่าคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการไม่ชอบเพราะคำสั่งฉบับนี้มาจากต้นร่างคำสั่งที่ผู้ตรวจร่างแก้ไขเพิ่มเติมเอาตามใจชอบนั้น เห็นว่าต้นร่างคำสั่งที่เจ้าหน้าที่ชั้นต้นร่างขึ้นเพื่อให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจดูชั้นหนึ่งก่อนว่าจะเป็นร่างคำสั่งที่มีข้อเท็จจริงและการปรับบทลงโทษตรงกับมติของ

อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ หากไม่ตรงหรือไม่ถูกต้องผู้มีอำนาจตรวจร่างคำสั่งหรือผู้มีอำนาจออกคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติม ให้ถูกต้องได้ เพราะต้นร่างคำสั่งดังกล่าวยังไม่ใช่เอกสารทางราชการการแก้ไขต้นร่างคำสั่งดังกล่าวแล้วออกมาเป็นคำสั่งท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ไม่ทำให้คำสั่งฉบับนี้เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบแต่ประการใด

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง
Lower court
ศาลแพ่ง - นายโสภณ จันเทรมะ
ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2719/2528

ไม่มีข้อความตอนใดในมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 ห้ามคณะกรรมการสอบสวนมิให้ทำรายงานการสอบสวนว่าการกระทำของข้าราชการที่ถูกสอบสวนทางวินัยมีมูลความผิดทางอาญาด้วย และไม่มีกฎหม…

Supreme Court Judgment No. 1480/2563

เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใดแล้วต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 634809)

ตาม ป.อ. มาตรา 1 (7) "เอกสาร" หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธีพิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2556 (ref. 559064)

ที่ผู้ร้องสอดโต้แย้งโจทก์เกี่ยวกับสัญญายุติข้อพิพาทและสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีมีปัญหาตีความข้อความในสัญญา และตามอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดก็ไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องนำสืบพยานหลักฐานในข…

Supreme Court Judgment No. 11707/2554

ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย หากนางสาว ว. เป็นพยานสำคัญของจำเลย จำเลยก็ชอบที่จะดำเนินการขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกพยานเสียแต่เนิ่น ๆ แต่จำเลยหากระทำไม่ ทั้งตามอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยก็มิได้อ้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up