คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 จำคุกคนละ 6 เดือนจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว ปัญหาข้อแรกที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะโจทก์บรรยายฟ้องว่า "เมื่อระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2536 ถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2536 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกับนายประเสริฐ คุ้มสุวรรณ ซึ่งถึงแก่ความตายไปแล้ว ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญา โจทก์เพิ่งทราบความจริงเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2537" เป็นคำฟ้องที่ไม่ได้ระบุวันเวลากระทำความผิดให้ชัดว่าเป็นวันเวลาใด ขาดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเวลากระทำผิด เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงวันเวลาที่บ่งว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดพอสมควรที่จำเลยทั้งสองจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วและจำเลยทั้งสองก็ได้นำสืบต่อสู้คดีโจทก์ไว้
ดังนั้นจำเลยทั้งสองย่อมเข้าใจวันเวลาที่โจทก์กล่าวหาได้ดีโดยมิได้หลงต่อสู้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยข้อต่อไปมีว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องโดยระบุวันที่รู้เรื่องความผิดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า วันที่รู้เรื่องความผิดไม่ใช่องค์ประกอบของความผิดและไม่ใช่รายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาที่จำเลยกระทำผิด ทั้งในชั้นตรวจคำฟ้อง แม้ฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลก็มีอำนาจสั่งโจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ดังนั้นเพื่อทราบว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องได้คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยทั้งสองอ้างมาในฎีกานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน