คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลเดิมพิพากษาให้ปรับจำเลยทั้ง ๓ ฐานสมคบกันมีฝิ่นเถื่อนเป็นเงิน ๔๑๕๒ บาท แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนให้จำเลยใช้คนละ ๑ ส่วน เป็นเงิน ๑๓๘๔ บาท ช.ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นด้วยศาลเดิมว่า ช.เป็นผู้สมคบในการจำหน่ายฝิ่น ให้ยกอุทธรณ์ของ ช. เสีย แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินเลยไปว่าการที่ศาลเดิมแบ่งแยกเบี้ยปรับเป็นรายตัวคนนั้นยังมิชอบ ควรให้ปรับจำเลยทั้ง ๓ คนรวมกันเป็นเงิน ๔๑๕๒ บาท ล.ผู้เดียวฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลเดิมได้พิพากษาแล้ว โจทก์หรือจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ก็นับว่าคดีสำหรับ ล. ถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจที่จะแก้คำพิพากษาศาลเดิม จึง
Result
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อแก้ไขการปรับจำเลยนั้นเสีย