Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5074/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังตาม ป.อ. มาตรา 310 นั้นไม่ได้กำหนดว่าผู้กระทำผิดจะต้องหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังเป็นเวลานานเท่าใดจึงจะเป็นความผิด หากการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังนั้นทำให้ผู้อื่นต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายแล้วก็ย่อมมีความผิดตามมาตรา 310 ดังกล่าว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ทั้งห้ากล่าวคือ ขณะที่โจทก์ทั้งห้ากำลังร่วมกันตรวจนับสต๊อกสินค้าอยู่ภายในร้านรองเท้าบาจา สาขาลำปาง 1 นั้น จำเลยทั้งสองร่วมกันปิดประตูเหล็กยืดหน้าร้านดังกล่าว และใส่กุญแจทำให้โจทก์ทั้งห้าต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย โดยไม่มีทางออกจากร้านได้ ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 310, 83

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 310 วรรคแรก จำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 ปิดประตูเหล็กยืดหน้าร้านรองเท้าโดยรู้อยู่ว่าโจทก์ทั้งห้ายังตรวจนับสต๊อกรองเท้าอยู่ภายในร้านโดยไม่มีทางออกอื่น จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ว่า โจทก์ทั้งห้าไม่สามารถออกจากร้านรองเท้าดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามที่โจทก์ฟ้อง ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าตนเพียงออกไปรับประทานอาหารโดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง จึงไม่มีความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพนั้น เห็นว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา 310 ไม่ได้กำหนดว่า ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น ผู้กระทำผิดจะต้องหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเวลานานเท่าใดจึงจะเป็นความผิด หากหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายแล้วก็มีความผิด ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
Lower court
ศาลแขวงลำปาง - นายจักร อุตตโม
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

Supreme Court Judgment No. 7491/2562

เหตุเกิดปี 2558 อันเป็นเวลาขณะที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ใช้บังคับ ต่อมามีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า "แสวงหาประ…

Supreme Court Judgment No. 7008/2562

ตามพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าโจทก์ร่วมทั้งสิบเอ็ดตกลงยินยอมเปลี่ยนลักษณะงานจากการทำงานคัดแยกปลาและตัดหัวปลาในแพปลามาเป็นการทำงานเป็นลูกเรือบนเรือประมง แม้ถูกไต้ก๋งเรือบางคนบังคับขู่เข็ญให้ทำงานก็เป็นลักษณะ…

Supreme Court Judgment No. 4385/2562

ภายหลังจากจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 โจทก์ยังฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 310 วรรคแรก จากกรณีที่จำเลยจับผู้เสียหายที่ 1 มัดไว้กับเก้าอี้เป็นความผ…

Supreme Court Judgment No. 1439/2562

ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับพวกอยู่กับผู้เสียหายที่ 1 ในลักษณะนั่งล้อมเป็นวงกลมและร่วมดื่มเบียร์อยู่ท้ายรถกระบะด้วยกัน เวลาประมาณ 4 นาฬิกา ผู้เสียหายที่ 1 ถูกพวกจำเลย 2 คน กระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่คนละ 1 ครั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up