Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2552 (ref. 503102)

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้แบ่งที่ดินพิพาทโดยถือทางสาธารณประโยชน์ตามเส้นประสีเหลืองในแผนที่เป็นเส้นแบ่งออกเป็นที่ดินฝั่งเหนือและที่ดินฝั่งใต้ เมื่อพิจารณาประกอบกับข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์และแผนที่มีรายละเอียดในคำวินิจฉัยและวิธีการแบ่งที่พิพาทโดยชัดแจ้งซึ่งคู่ความสามารถนำเจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดแล้วแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้ได้ตามสัดส่วนตามแผนที่ และตามรายละเอียดในคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้ว ดังนั้น ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำแผนที่วิวาทให้เป็นไปตามคำร้องของโจทก์ที่ 1 และแนวเขตทางเดินคอนกรีตตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ตามแผนที่วิวาทขึ้นใหม่นั้นเพื่อหาแนวเส้นประสีเหลืองตามแผนที่อีกครั้ง ถือได้ว่าเป็นการรื้อร้องเรื่องที่ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดแล้วกลับมาเป็นข้อพิพาทขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ชอบด้วยวิธีการในชั้นบังคับคดี ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้คู่ความร่วมกันนำรังวัดเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำแผนที่วิวาทนั้นจึงไม่ชอบ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อไปนั้นชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกจ่าสิบเอกหญิงยุพาว่า โจทก์ที่ 1 นางสำอางค์ ว่า โจทก์ที่ 2 นางปราณี ว่า โจทก์ที่ 3 และนางจินดา ว่า จำเลยที่ 1 นางประดับ ว่า จำเลยที่ 2

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกเลิกคำคัดค้านการขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2 และห้ามมิให้จำเลยที่ 2 ขัดขวางการรังวัดแบ่งแยกที่ดินของเจ้าพนักงานที่ดิน ให้แบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่ทายาทแต่ละคนได้รับตามรูปแผนที่เอกสารหมาย จ.6 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องของจำเลยที่ 2 ในคดีสำนวนหลัง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับทั้งสองสำนวน จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ในคดีสำนวนแรก และให้โจทก์ที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 590 ตำบลบ้านไทร (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี (กรุงเทพมหานคร) โดยถือทางสาธารณประโยชน์ตามเส้นประสีเหลืองในแผนที่เอกสารหมาย จ.6 เป็นเส้นแบ่งออกเป็นที่ดินฝั่งเหนือและที่ดินฝั่งใต้ ให้จำเลยทั้งสองได้ที่ดินฝั่งเหนือในเนื้อที่เท่าๆ กัน และให้โจทก์ทั้งสามได้ที่ดินฝั่งใต้ในเนื้อที่เท่า ๆ กัน ตามตำแหน่งที่แต่ละคนถือครองกันมาแต่เดิม ให้โจทก์ทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดี จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2545 ขอให้ศาลเรียกโจทก์ที่ 1 มาสอบถามถึงการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งนัดพร้อม ในวันนัดพร้อม โจทก์ที่ 1 แถลงว่า ได้ไปยื่นเรื่องขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว โดยเจ้าพนักงานที่ดินได้นัดรังวัดที่ดินวันที่ 6 ธันวาคม 2545 ต่อมาวันที่ 13 ธันวาคม 2545 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอ้างว่าโจทก์ที่ 1 นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามที่ศาลฎีกาพิพากษา โจทก์ที่ 1 ยื่นคำคัดค้านฉบับลงวันที่ 16 ธันวาคม 2545 ว่า โจทก์ที่ 1 ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว โดยโจทก์ที่ 1 ได้อาศัยความกว้างและความยาวตามที่ปรากฏในแผนที่เอกสารหมาย

จ.6 เป็นหลัก และที่โจทก์แจ้งให้เจ้าพนักงานรังวัดให้วัดเนื้อที่ให้ได้ 100 ตารางวา เพื่อแบ่งให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็เป็นการแบ่งให้ตามที่ปรากฏในคำฟ้องของจำเลยที่ 2 และตามคำเบิกความของนายเสถียรช่างรังวัดผู้จัดทำแผนที่เอกสารหมาย จ.6 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งนัดพร้อม วันนัดพร้อม โจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งทำแผนที่วิวาทแสดงแนวเขตเส้นประสีเหลืองตามเอกสารหมาย จ.6 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ทำแผนที่วิวาทตามที่ร้องขอ หลังจากเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อย จัดส่งแผนที่วิวาท ซึ่งศาลหมาย จ.ล.1 แต่โจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 2 ยังไม่อาจตกลงกันได้เนื่องจากโจทก์ที่ 1 อ้างว่า เส้นแบ่ง คือ เส้นประสีเหลือง

ส่วนจำเลยที่ 2 อ้างว่าเส้นแบ่งที่เป็นแนวของทางสาธารณประโยชน์ คือ เส้นสีเขียว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ไต่สวนกรณีเกี่ยวกับแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.ล.1 ในระหว่างไต่สวน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนความและสรรพเอกสารให้ศาลฎีกาตีความและอธิบายคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าในส่วนที่มีการพิมพ์หมายเลขของเอกสารในคำพิพากษาศาลฎีกาว่า เอกสารหมาย จ.2 ซึ่งความจริงสมควรเป็น จ.6 สมควรให้ศาลฎีกาตีความและอธิบาย แต่สำหรับในส่วนเส้นประสีเหลืองในแผนที่เอกสารหมาย จ.6 ยังไม่ยุติในข้อเท็จจริงต้องไต่สวนหาข้อเท็จจริงก่อน ให้ยกคำร้อง แล้วศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งว่าเส้นประสีดำ - เขียว ตามเอกสารหมาย

จ.ล.1 คือ ทางสาธารณประโยชน์ตามความหมายแห่งเส้นประสีเหลืองตามเอกสารหมาย จ.6 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 30 ตุลาคม 2546 ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ (ที่ถูก โจทก์ที่ 1) ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า คดีนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2545 ให้คู่ความฟังแล้ว ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้แบ่งที่ดินพิพาทโดยถือทางสาธารณประโยชน์ตามเส้นประสีเหลืองในแผนที่เอกสารหมาย จ.6 เป็นเส้นแบ่งออกเป็นที่ดินฝั่งเหนือและที่ดินฝั่งใต้ เมื่อพิจารณาประกอบกับข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์และแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.6 มีรายละเอียดในคำวินิจฉัยและวิธีการแบ่งที่พิพาทโดยชัดแจ้ง ซึ่งคู่ความสามารถนำเจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดแล้วแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้ได้ตามสัดส่วนตามแผนที่เอกสารหมาย จ.6 และตามรายละเอียดในคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้ว

ดังนั้น ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำแผนที่วิวาทให้เป็นไปตามคำร้องของโจทก์ที่ 1 และแนวเขตทางเดินคอนกรีตตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.ล.1 ขึ้นใหม่นั้นเพื่อหาแนวเส้นประสีเหลืองตามแผนที่เอกสารหมาย จ.6 อีกครั้ง ถือได้ว่าเป็นการรื้อร้องเรื่องที่ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดแล้วกลับมาเป็นข้อพิพาทขึ้นใหม่ซึ่งไม่ชอบด้วยวิธีการในชั้นบังคับคดี ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้คู่ความร่วมกันนำรังวัดเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำแผนที่วิวาทตามเอกสารหมาย จ.ล.1 นั้น จึงไม่ชอบ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นลงวันที่ 30 ตุลาคม 2546 แล้วให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อไปนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อมรรัตน์ ดีศรีวงศ์ · พรเพชร วิชิตชลชัย · ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

Supreme Court Judgment No. 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up