Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5010/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาฐานละเมิดงานสร้างสรรค์ ของ โจทก์ร่วมซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ต่างประเทศ จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์จึงต้องนำสืบว่ากฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาและเมืองฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานวีดีโอเทปภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ แต่ที่โจทก์นำสืบกฎหมายของต่างประเทศซึ่งมีคำแปลเพียงบางส่วนนั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่แน่นอนว่ากฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาและเมืองฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานวีดีโอเทปภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ดัง ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521โจทก์ร่วมจึงไม่ได้รับความคุ้มครองดังกล่าวในประเทศไทยและลงโทษจำเลยไม่ได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 4, 13, 24, 25, 26, 27, 42, 43, 44, 47, 49พระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศพ.ศ. 2526 มาตรา 3, 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526มาตรา 4 และสั่งให้ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาแก่เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณา บริษัทพาราเมาท์พิคเจอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัดโดยบริษัทซีเนแอดส์วีดีโอ จำกัด ผู้รับมอบอำตาจ บริษัทยูนิเวอร์แซล ซิตี้ สติวดิโอส์ อิงค์ จำกัด โดยบริษัทซีเนแอดส์วีดีโอ จำกัด ผู้รับมอบอำนาจ บริษัทเทเลวิชั่นบรอคแคสทจำกัด โดยบริษัทซีเนคัลเลอร์แลป จำกัด ผู้รับมอบอำนาจและบริษัทชอว์บราเดอร์ส (ฮ่องกง) จำกัด โดยบริษัทซีเนคัลเลอร์แลป จำกัดผู้รับมอบอำนาจ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต และให้เรียกเป็นโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 มาตรา 27(1), 44 วรรคสอง, 47, 49 จำเลยกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ต่อโจทก์ร่วม 4 ราย เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ต่อโจทก์ร่วมที่ 1 ภาพยนตร์วีดีโอเทป 1 เรื่องปรับ 20,000 บาท ละเมิดลิขสิทธิ์ต่อโจทก์ร่วมที่ 2 ภาพยนตร์วีดีโอเทป 2 เรื่อง 2 กระทง ปรับกระทงละ 20,000 บาท ร่วม 40,000บาท ละเมิดลิขสิทธิ์ต่อโจทก์ร่วมที่ 3 ภาพยนตร์วีดิโอเทป 2 เรื่อง2 กระทงปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 40,000 บาท ละเมิดลิขสิทธิ์ต่อโจทก์ร่วมที่ 4 ภาพยนตร์วีดีโอเทป 5 เรื่อง 5 กระทงปรับกระทงละ 20,000 บาท

รวม 100,000 บาท รวมปรับทั้งสิ้น200,000 บาท ให้ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้จ่ายค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาแก่เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหานอกจากนี้ให้ยกโจทก์ร่วมทั้งสี่และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาฐานละเมิดงานสร้างสรรค์ของโจทก์ร่วมทั้งสี่ ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ต่างประเทศ จำเลยให้การปฏิเสธจึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องสืบพยานให้ได้ความถึงการกระทำความผิดของจำเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเท็จจริงที่ว่ากฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา

แลเมืองฮ่องกง ได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานวีดีโอเทปภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 แต่โจทก์นำสืบ ล. นิติกรของรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบหนังสือเวียนของสำนักงานลิขสิทธิ์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเอกสารหมาย จ. 43 ช. อาจารญืประจำคณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของประเทศแคนาดา มาตรา 4(1) และ (2) เอกสารหมาย จ.47 และ ก.ซึ่งรับราชการอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ค.ศ. 1956 (ตราขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2)

เอกสารหมาย จ.64 กับ สำเนาพระราชกฤษฎีกาลิขสิทธิ์เมืองฮ่องกงเอกสารหมาย จ.66 พร้อมทั้งคำแปลบางส่วนของเอกสารต่าง ๆ ดังกล่าว แต่ละฉบับซึ่งได้ความแต่เพียงว่า เอกสารหมาย จ.43ซึ่งมีคำแปลบางส่วนแนบท้ายเป็นเอกสารที่สำนักงานลิขสิทธิ์ประเทศสหรัฐอเมริกาออกเพื่อแสดงการรับรองคุ้มครองเกี่ยวกับวรรณกรรมของลิขสิทธิ์ประเทศต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย ส่วนเอกสารหมายจ.47 ซึ่งมีคำแปลบางส่วนแนบท้ายเป็นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของประเทศแคนาดา ที่ระบุถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ไว้ในมาตรา 4(1) และ (2) โดยมาตรา 4 (1) ระบุถึงการมีลิขสิทธิ์ในประเทศแคนาดา ส่วนมาตรา 4 (2)ระบุถึงกรณีที่รัฐมนตรีอาจให้หนังสือรับรองการขยายความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ขจองประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งมิได้เป็นภาษีแห่งอนุสัญยากรุงเบอร์น

ส่วนเอกสารหมาย จ.64 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของประเทศอังกฤษ และมีคำแปลบางส่วนตามเอกสารหมาย จ.65ได้ระบุไว้ในมาตรา 31 ว่า ให้ขยายขอบเขตการใช้บังคับตามพระราชบัญญัตินี้ไปยังอาณานิคม และดินแดนภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษด้วย ทั้งระบุไว้ในมาตรา 32 (3) ว่าสมเด็จพระบรมราชินีนาถจะไม่ตราพระราชกฤษฎีกาภายใต้มาตรานี้เพื่อใช้บังคับบทบัญญัติใด ๆ แห่งพระราชบัญญัตินี้ในกรณีของประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นภาคีอยู่...ส่วนเอกสารหมาย จ.66 ซึ่งเป็นพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยลิขสิทธิ์ของฮ่องกง และมีคำแปลบางส่วนตามเอกสารหมาย จ.67 ระบุในข้อ 3 ว่าให้นำพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของประเทศอังกฤษที่ระบุไว้ในภาค 1 ของตารางอ้างอิง 1 มาใช้บังคับครอบคลุมถึงฮ่องกงด้วยทั้งนี้ภายใต้บังคับของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุไว้ในภาค 2ของตารางอ้างอิงนั้นดังนี้จะเห็นว่า ตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งมีคำแปลเพียงบางส่วนดังที่กล่าวมาแล้วนั้นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงทีแน่นอนว่า

กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาและเมืองฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานวีดีโอเทปภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 โจทก์ร่วมจึงไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ดังกล่าวในประเทศไทย และลงโทษจำเลยไม่ได้โดยไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up