Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การบริการอาบน้ำ นวดหรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้าเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ในทางการค้าอยู่ด้วย ไม่ว่าจะแยกบริการเป็นแผนก ๆ หรือไม่ ก็ล้วนเป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำนวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือสถานนวดหรืออบตัวอย่างอื่น ตามความหมายดังที่บัญญัติไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ซึ่งต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 10 ของรายรับ แม้โจทก์จะอ้างว่ากิจการของโจทก์เป็นสถานบริหารร่างกายและออกกำลังกาย มีเครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างลักษณะเช่นเดียวกับโรงพยาบาล และมีผู้เชี่ยวชาญควบคุมดูแลก็หาทำให้กิจการของโจทก์กลายเป็นไม่ใช่การให้บริการในสถานอาบน้ำ นวดหรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือสถานนวดหรืออบตัวอย่างอื่น ตามประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ไปไม่.

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรมในสังกัดกระทรวงการคลังมีหน้าที่ควบคุมเก็บภาษีรัษฎากรประเภทต่าง ๆ จำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 เป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์ประกอบกิจการสถานบริหารร่างกาย ส่งเสริมสุขภาพและกายภาพบำบัด โดยมีบริการให้แก่ลูกค้า10 รายการ คือ1. การบริหารร่างกายโดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น จักรยานเครื่องยกน้ำหนัก ชุดบริหารกล้ามเนื้อ และเครื่องสำหรับให้ลูกค้าวิ่งบนสายพาน2. การอบแห้งโดยใช้ความร้อนลักษณะซาวน่า3. การบริหารกล้ามเนื้อด้วยเครื่องไฟฟ้าสถิต ซึ่งเรียกว่าSLENDER TONE CLINIC (SC)4. การใช้ความร้อนเพื่อช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนของโลหิตและระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งเรียกว่าREDUCING

CLINIC (RC)5. การอาบน้ำโดยลูกค้าอาบเองที่เป็นฝักบัว6. การบำบัดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก โดยใช้แผ่นความร้อนผสมยา ซึ่งมีลักษณะเป็นกายภาพบำบัด (FANGO)7. การแต่งผม สระผม ซอยผมและตัดผมทั้งชายและหญิง8. การนวดหน้า9. การขัดผิว และอาบน้ำแร่สำหรับลูกค้าหญิง โดยมีพนักงานหญิงให้บริการ10. การนวดตัวโดยมีพนักงานชายนวดให้ลูกค้าชาย และพนักงานหญิงนวดให้ลูกค้าหญิงสำหรับรายการที่ 2 และที่ 5 โจทก์ไม่คิดค่าบริการจากลูกค้ารายการอื่นโจทก์คิดค่าบริการแยกกันเด็ดขาด และได้ยื่นรายการเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 4 การรับจ้างทำของ ชนิด 1แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้า ยกเว้นรายการที่ 10 การนวดตัวซึ่งโจทก์เห็นว่าใกล้เคียงกับความหมายของคำว่า

"สถานบริการ" ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 มาตรา 3(3)โจทก์จึงแยกรายการการให้บริการนวดตัวไปยื่นเสียภาษีการค้าเพิ่มเติมในประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ในอัตราร้อยละ 10 ทั้งที่กิจการของโจทก์ไม่เข้าลักษณะเป็น "สถานบริการ" อันต้องขอใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติดังกล่าวโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินภาษีการค้ารวม 3 ฉบับ โดยเจ้าพนักงานประเมินเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ว่า รายรับของโจทก์ทั้งหมดต้องเสียภาษีการค้าตามประเภทการค้า 4 ชนิด 2 การให้บริการในสถานอาบน้ำ นวดหรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือสถานนวดหรืออบตัวอย่างอื่นในอัตราร้อยละ 10 และแจ้งให้โจทก์ไปชำระภาษีการค้า เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับรายรับตลอดปี

พ.ศ. 2522, 2523 และรายรับเฉพาะช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2524 เพิ่มเป็นเงินรวมทั้งสิ้น2,949,361.41 บาท โดยประเมินรวมยอดรายรับจากการนวดตัวซึ่งโจทก์ได้เสียภาษีการค้าเพิ่มเติมในประเภทการค้า 4 ชนิด2 ไว้แล้วซ้ำเข้าไปอีกครั้งหนึ่งด้วย และกำหนดเงื่อนไขว่าหากโจทก์ยอมเสียภาษีตามที่ประเมินจะได้ลดเบี้ยปรับเหลือเพียงร้อยละ30 แต่ถ้ายื่นอุทธรณ์จะไม่ลดเบี้ยปรับให้

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คัดค้านการประเมิน ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่ากิจการของโจทก์เป็นการประกอบการค้าตามประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 แต่ให้นำจำนวนภาษีที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้วมาเครดิต ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า กิจการของโจทก์เป็นสถานบริการตามความหมายของพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 หรือมิฉะนั้นก็เป็นกิจการรับจ้างทำของให้บริการในสถานนวดหรืออบตัวอย่างอื่นตามประเภทการค้า 4 ชนิด 2 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้า ซึ่งต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 การที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดเงื่อนไขว่าหากโจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินจะหมดสิทธิได้ลดเบี้ยปรับนั้นไม่ทำให้การประเมินและการกำหนดเบี้ยปรับเสียไป

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาในชั้นฎีกาตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์ได้ประกอบกิจการรับจ้างทำของ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ซึ่งจะต้องเสียภาษีการค้าร้อยละ 10 ตามแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือไม่ ข้อที่โต้เถียงกันว่ากิจการของโจทก์เป็นสถานบริการ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการพ.ศ.2509 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2521 หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า กิจการของโจทก์เป็นสถานที่ที่มีการบริการอาบน้ำ นวดหรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้าเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ในทางการค้ารวมอยู่ด้วย ตรงตามพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 บัญญัติไว้แม้โจทก์อ้างว่ากิจการของโจทก์ไม่ใช่สถานบริการตามกฎหมายดังกล่าวก็ตาม แต่ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 4 ชนิด 2ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 และใช้บังคับอยู่ขณะพิพาทก็ได้บัญญัติถึงรายการที่ประกอบการค้าประเภทนี้เอาไว้ว่า การให้บริการในสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และได้บัญญัติรวมถึงการให้บริการในสถานนวดหรืออบตัวอย่างอื่นด้วย ดังนั้น แม้โจทก์จะอ้างว่ากิจการของโจทก์ไม่ใช่สถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการฯ ก็ตามแต่โจทก์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจการของโจทก์เป็นการให้บริการในสถานนวดหรืออบตัวอย่างอื่นตามความหมายในบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ที่แก้ไขแล้ว

ปัญหาต่อไปมีว่า กิจการของโจทก์ซึ่งได้แบ่งเป็นประเภทดังกล่าวแล้วนั้นพยานโจทก์ต่างเบิกความทำนองเดียวกันว่า บริการแต่ละประเภทแยกเป็นสัดส่วนเป็นแผนก ๆ ไป ลูกค้ามีสิทธิจะเลือกรับบริการจากโจทก์ในประเภทใดหรือหลายประเภทก็ได้ ซึ่งโจทก์ได้ออกใบเสร็จระบุประเภทที่ลูกค้าเข้ารับบริการไว้ รวมทั้งรายได้ที่โจทก์ได้รับจากลูกค้าก็ได้มีการลงรายรับแยกประเภทไว้ ส่วนฝ่ายจำเลยนำสืบโต้แย้งว่า โจทก์คิดค่าบริการเป็นคอร์ส แล้วแต่จำนวนครั้งที่จะมารับบริการศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ว่าโจทก์จะแยกประเภทการให้บริการออกเป็นแผนก ๆ หรือไม่ก็ตาม ก็เห็นได้ชัดว่า การให้บริการลูกค้าทั้งสิบประเภทดังกล่าวมาแล้ว ล้วนแต่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำนวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือสถานนวด หรืออบตัวอย่างอื่นตามความหมายดังที่บัญญัติไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้า

ประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ซึ่งโจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 10ของรายรับทั้งสิ้น โจทก์หาชอบที่แยกบริการที่โจทก์อ้างว่าไม่ใช่เป็นการนวดตัวออกจากบริการนวดตัวเพื่อเสียภาษีการค้าต่างหากจากการนวดตัวดังโจทก์ฎีกาได้ไม่ เพราะการให้บริการดังกล่าวทั้งหมดต่างก็มีการให้บริการในสถานที่ซึ่งอยู่ในความหมายของกฎหมายดังกล่าวแล้วแห่งเดียวกันนั่นเอง แม้โจทก์จะอ้างว่ากิจการของโจทก์เป็นสถานบริหารร่างกายและออกกำลังกาย มีเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ซึ่งบางอย่างมีลักษณะเช่นเดียวกับเครื่องมือเครื่องใช้อยู่ในแผนกกายวิภาคบำบัดของโรงพยาบาล และมีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ควบคุมดูแลด้วยดังโจทก์ฎีกาก็ตาม ก็หาทำให้กิจการของโจทก์กลายเป็นไม่ใช่การให้บริการในสถานอาบน้ำ

นวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ หรือสถานนวดหรืออบตัวอย่างอื่นตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 4 ชนิด 2 ไปไม่การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
มงคล สระฏัน · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · เพ็ง เพ็งนิติ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 558/2561

โจทก์ได้ส่งมอบเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงที่โจทก์อ้างว่าเสียหายให้แก่บริษัท ท. โดยมีการชำระราคาและออกใบกำกับภาษีแล้ว ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเกิดขึ้นแล้ว หากต่อมาเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงดังกล่าวเกิดความเสียหา…

Supreme Court Judgment No. 8942/2560

การขายสินค้าถ้ามีการส่งมอบสินค้าพร้อมออกใบกำกับภาษี ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มย่อมเกิดขึ้นโดยไม่คำนึงว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือไม่ ส่วนการให้บริการถ้ามีการออกใบกำกับภาษีพร้อมชำระค่าบริการ ควา…

Supreme Court Judgment No. 4496/2555

ข้อจำกัดในอำนาจฟ้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 8 ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องอุทธรณ์การประเมิน ซึ่งในคดีนี้ แม้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 บัญญัติให้ต้องอุ…

Supreme Court Judgment No. 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

Supreme Court Judgment No. 5639/2550

ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ไม่ได้นิยามคำว่าราคาตลาดไว้ แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายในทางการค้าโดยทั่วไปแล้ว คำว่าราคาตลาดใน ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) คงมีความหมายทำนองเดียวกันกับคำว่าราคาตลาดตาม ป.รัษฎ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up