Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4992/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 4 ให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ในกรณีที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินค่าขายสินค้าของโจทก์ไป มิใช่เป็นการฟ้องให้รับผิดในค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด ซึ่งจะใช้อายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 การฟ้องผู้ค้ำประกันเช่นนี้ กฎหมายมิได้บัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นโจทก์มีสิทธิฟ้องได้ภายใน 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ สมัครงานและเข้าทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งพนักงานขาย จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้ค้ำประกันโดยจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 อย่างลูกหนี้ร่วมในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท จำเลยที่ 3 และที่ 4 จะร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ไม่จำกัดจำนวนระหว่างที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่เป็นลูกจ้างในตำแหน่งพนักงานขาย จำเลยที่ 1 ได้ยักยอกเงินของโจทก์ไปหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 77,421 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ว่าจะชำระเงินจำนวน 77,421 บาท ให้โจทก์แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้โจทก์ โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสี่ชำระหนี้ดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 91,674 บาท

พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันเนื่องจากโจทก์ได้รับเงินจากจำเลยที่ 1 ไปครบถ้วนแล้ว และฟ้องโจทก์ขาดอายุความจำเลยที่ 4 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 4 ไม่มีเจตนาค้ำประกันการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 นำเอกสารที่ยังไม่ได้กรอกข้อความแจ้งจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีของจำเลยที่ 3 ถูกโจทก์กลั่นแกล้งให้ตำรวจจับไปดำเนินคดี หากจำเลยที่ 4 เซ็นชื่อในหนังสือค้ำประกันว่าจำเลยที่ 1 จะไม่หลบหนีโจทก์และพนักงานสอบสวนจะให้จำเลยที่ 1 ออกมาตกลงกับโจทก์ จำเลยที่ 4 จึงเซ็นชื่อในเอกสารท้ายฟ้องโดยเข้าใจว่าเอกสารดังกล่าวเป็นการค้ำประกันการปล่อยตัวจำเลยที่ 1 ออกจากห้องขัง

จำเลยที่ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง และคดีของโจทก์ขาดอายุความระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์ 91,674 บาทพร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 4โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ 2 และที่ 4 รับผิดตามฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 77,421 บาท แก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยให้รับผิดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจำเลยที่ 2 รับผิดเสียดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 4 นับแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2529 และเฉพาะจำเลยที่ 2 ให้รับผิดไม่เกินวงเงินที่ค้ำประกัน 100,000 บาท

นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 และที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบโดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไม่สืบพยานหักล้างว่า จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของโจทก์มีหน้าที่ขายสินค้าและเก็บเงินจากลูกค้ามามอบให้โจทก์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เป็นผู้้ค้ำประกันความเสียหายอันเกิดจากการทำงานของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 จะรับผิดต่อโจทก์ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ยอมรับผิดต่อโจทก์ไม่จำกัดจำนวน ระหว่างจำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ได้ยักยอกเอาเงินของโจทก์ไปหลายครั้งและได้ชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วน คงค้างชำระอยู่เป็นเงิน 77,421 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือลงวันที่ 9 ธันวาคม 2528 ยอมชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ภายใน2 เดือน

หากผิดนัดยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีที่จำเลยที่ 2 และที่ 4 ฎีกาว่า ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์มิได้ทวงถามจำเลยที่ 2 และที่ 4 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 4นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 4 มิได้ให้การต่อสู้ในข้อนี้ไว้ในคำให้การ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเพียงว่า ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 4 ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 4 ให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1ในการที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินค่าขายสินค้าของโจทก์ไป มิใช่เป็นการฟ้องให้รับผิดในค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด ซึ่งจะใช้อายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ดังที่จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ไว้ และการฟ้องผู้ค้ำประกันเช่นนี้กฎหมายมิได้บัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องได้ภายใน 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164ดังนั้น ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เสียง ตรีวิมล · นิเวศน์ คำผอง · บุญศรี กอบบุญ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 142/2535

โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดซึ่งจำเลยที่ 1 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 เมื่อโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บุคคลภายน…

Supreme Court Judgment No. 3736/2535

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับ ส. เข้าทำงาน โดยมีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันว่า หากส.ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ไม่ว่าทางแพ่งและทางอาญา จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์โดยไม่จำกัดจำนวน ต่อมา ส. ได้ลักเอาสินค้า…

Supreme Court Judgment No. 2754/2540

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายแล้วว่าส.ลูกจ้างโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่อย่างไรผิดข้อบังคับอย่างไรและจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างไรซึ่งเป็นเหตุให้สินค้าของโจทก์ขาดหรือสูญหายไปซึ่งจำเลยผู้ค้ำประกันการท…

Supreme Court Judgment No. 5319/2539

เอกสารหมายล.3เป็นสำเนาภาพถ่ายเอกสารผลการตรวจพิสูจน์เอกสารของกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจว่าลายมือชื่อจำเลยที่1ในใบยืมเงินเอกสารหมายจ.11และจ.12ว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลยที่1เมื่อโจทก์มีหนังสือตอบปฏิเสธว่าไม…

Supreme Court Judgment No. 1328/2539

เมื่ออ่านเอกสารท้ายฟ้องทั้งหมดประกอบคำฟ้องแล้วพอเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธินำรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 0769 กาญจนบุรีเข้าวิ่งในคิวที่ 41 ของจำเลยที่ 1 แทนรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 048…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up