Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4923/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลล. ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน และยังได้รับเงินจากการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาล ล. นอกเวลาทำงานปกติ รายได้ในส่วนหลังจะต้องแบ่งเข้าโรงพยาบาล ล. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 อย่างสูงไม่เกินร้อยละ 80จึงเป็นรายได้ที่โจทก์ได้รับจากคนไข้ ที่โจทก์รับมาทำการรักษาโดยโจทก์ใช้สถานที่ของโรงพยาบาล ล. มิใช่เงินที่โรงพยาบาลจ่ายให้เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างแก่โจทก์ ดังนี้ จึงเป็นเงินที่โจทก์ได้รับมาจากการประกอบวิชาชีพอิสระตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40(6)มิใช่เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1).

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 40

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเขตท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ของจำเลย และเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กับขอให้งดเรียกเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับ และให้จำเลยคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมและเงินเพิ่มที่เกรียกเก็บจากโจทก์เป็นเงิน 90,672.55 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของโจทก์นั้นเจ้าพนักงานประเมินได้ดำเนินการโดยชอบแล้วศาลภาษีอากรกลางพิพากาาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินเลขที่ 5014-1-08563 ลงวันที่ 15มิถุนายน 2530 และเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยในเขตท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่21/2531 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2531 ให้จำเลยคืนเงิน 90,671.55 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยอุทธรณืต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะ โดยประกอบวิชาชีพเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลลานนา ซึ่งเป็นของบริษัทเชียงใหม่ธุรกิจการแพทย์ จำกัด ในปีภาษี พ.ศ. 2529 โจทก์ได้รับค่าจ้างจากโรงพยาบาลลานนา 251,132 บาท นอกจากนี้โจทก์ยังได้รับเงินจากภารรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลลานนา นอกเวลาทำการตามปกติของโจทก์ 337,653 บาท โจทก์ได้เสียภาษีในเงินได้พึงประเมินทั้งหมดโดยถือว่าเงินที่ได้รับค่าจ้างจากโรงพยาบาลลานนา 251,132 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40(1) และเงินที่ได้รับจากการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลลานนา นอกเวลาทำการตามปกติจำนวน 337,653 บาทเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เจ้าหน้าที่ของจำเลยเห็นว่าเงินได้ที่โจทก์ได้รับจากการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลลานนา

นอกเวลาทำการปกติของโจทก์จำนวน 337,653 บาทเป็นเงินได้พึงประเมินตามาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร จึงได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่ม รวมทั้งเงินเพิ่ม 90,320 บาท โจทก์ได้เสียภาษีเพิ่มในจำนวนดังกล่าวแล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์จำเลยว่า เงินได้ที่โจทก์ได้รับจากการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลลานนา นอกเวลาทำการปกติของโจทก์เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) หรือมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร เห็นว่าเงินได้ส่วนนี้พยานโจทก์มีตัวโจทก์และนายประวิทย์ อัครชิโนเรศ เบิกความตรงกันว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของโรงพยาบาลลานนา ได้รับค่าจ้างเดือนละ 19,110 บาท และทางโรงพยาบาลตกลงให้โจทก์เปิดคลินิกพิเศานอกเวลาทำการตามปกติในโรงพยาบาลลานนาได้ โดยแบ่งรายได้เข้าโรงพยาบาลลานนาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20อย่างสูงไม่เกินร้อยละ 80 ตามสัญญาเอกสารหมาย

จ.6 ฝ่ายจำเลยไม่มีพยานหลักฐานนำสืบหักล้างว่า เอกสารหมาย จ.6 มิได้ทำกันไว้จริง ทั้งไม่มีเพยานหลักฐานใดมานำสืบให้เห็นว่าโรงพยาบาลลานนา จ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์เป็นเงินเดือน หรือค่าจ้าง คงมีแต่นายสง่าล้ิมพัฒนาชาติ เจ้าหน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นผู้ตรวจแบบแสดงรายการเสียภาษีของโจทก์เบิกความให้ความเห็นว่า โจทก์เป็นแพทย์โดยได้รับเงินเดือนจากโรงพยาบาลลานนา และยังได้รับเงินในการปฏิบัติงานนอกเวลาอีกจำนวนหนึ่ง จึงถือว่าเป็นค่าจ้างที่โรงพยาบาลจ่ายให้พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานจำเลย รับฟังได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวโจทก์ได้รับจากคนป่วยซึ่โจทก์รับมาทำการรักษาโดยโจทก์ใช้สถานที่ของโรงพยาบาลลานนา เมื่อได้เงินมาแล้วก็แบ่งส่วนให้โรงพยาบาล

มิใช่เป็นเงินที่โรงพยาบาลจ่ายให้เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างแก่โจทก์ เงินที่โจทก์ได้รับจากคนป่วยที่มารักษาที่โรงพยาบาลลานนา นอกเวลาทำการปกติของโจทก์ จึงเป็นเงินที่โจทก์ได้รับมาจากการประกอบวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลปะซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) มิใช่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ตัน เวทไว · สวิน อักขรายุธ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4847/2566

การที่ผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลย เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเป็นเงินได้ของกองทรัพย์สินจำเลย จำเลยโดยผู้คัดค้านมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตาม ป…

Supreme Court Judgment No. 4725/2565

แม้เอกสารที่โจทก์นำสืบจะเป็นภาษาต่างประเทศและไม่ได้ทำคำแปลเป็นภาษาไทย แต่คู่ความสามารถส่งพยานเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไป เว้นเสียแต่ศาลสั่งให้ทำคำแปล…

Supreme Court Judgment No. 3292/2561

ป.รัษฎากร มาตรา 57 ฉ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่…

Supreme Court Judgment No. 7843/2560

หลักการเสียภาษีอากรสำหรับบุคคลธรรมดานั้น เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับเป็นเงินได้อันจะนำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้วเท่านั้น มิใช่เป็นเพียงสิทธิเรียกร้อ…

Supreme Court Judgment No. 6320/2560

การพิจารณาว่าเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด นอกจากพิจารณาถึงลักษณะของงานที่ทำแล้วยังต้องพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดเงินได้จากการประกอบวิชาชีพดังกล่าวประกอบด้วย เนื่องจาก ป.รัษฎากร ให้หักค่าใช้จ่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up