Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4921/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การสละมรดกมี ป.พ.พ. มาตรา 1612 บัญญัติให้กระทำได้ 2 แบบคือ แสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ คำว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1612 หมายถึง ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอหรือหัวหน้ากิ่งอำเภอและหมายรวมถึงบุคคลที่กระทำหน้าที่แทนด้วย ดังนั้น การที่บุตรทั้งเจ็ดของเจ้ามรดกไปให้ถ้อยคำและทำบันทึกหลักฐานเป็นหนังสือระบุชัดแจ้งว่าไม่ขอรับโอนมรดกที่ดินไว้ต่อเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำสำนักงานที่ดินอำเภอสวี ในฐานะเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอ ซึ่งนายอำเภอมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 38 (10) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นที่จะมอบอำนาจให้หัวหน้าส่วนราชการที่ประจำอยู่ในอำเภอปฏิบัติราชการแทนได้ จึงเป็นการแสดงเจตนาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว แต่การที่บุตรทั้งเจ็ดระบุว่า ไม่ประสงค์ขอรับมรดกที่ดินแปลงนี้และยินยอมให้จำเลยรับมรดกแปลงนี้แต่ผู้เดียว ไม่ใช่การสละมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1612 เพราะเป็นการสละมรดกโดยมีเงื่อนไข ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1613 อย่างไรก็ตามบันทึกดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลใช้บังคับผูกพันบุตรทั้งเจ็ดกับจำเลยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850, 852 และ 1750

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 Section 38 ป.พ.พ. Section 850 ป.พ.พ. Section 852 ป.พ.พ. Section 1612 ป.พ.พ. Section 1613 ป.พ.พ. Section 1750

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 843 และ 845 ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของรวมกึ่งหนึ่ง หากเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวไปยื่นขอแบ่งแยกแก่โจทก์แปลงละกึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้ประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยหรือขายทอดตลาดนำเงินแบ่งแก่โจทก์กึ่งหนึ่ง

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกับโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายหิรัญนำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 843 และ 845 ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร แบ่งให้แก่โจทก์ 1 ใน 9 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้ประมูลราคากันระหว่างโจทก์และจำเลยหรือขายทอดตลาดนำเงินให้แก่โจทก์ 1 ใน 9 ส่วน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยรับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่บุตรของจำเลยทั้งเจ็ดคนทำหลักฐานการไม่ขอรับโอนมรดก เป็นผลให้โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกตามฟ้องเพียงใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 บัญญัติว่า การสละมรดกนั้น ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังนั้นการที่บุตรของจำเลยกับนายหิรัญทั้งเจ็ดคนไปให้ถ้อยคำโดยทำหลักฐานเป็นหนังสือแจ้งโดยชัดแจ้งไม่ขอรับโอนมรดกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) โดยระบุให้โอนมรดกส่วนของตนให้แก่จำเลยไว้ต่อนายสุเมธเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำสำนักงานที่ดินอำเภอสวี และนายสุเมธได้ลงนามในช่องพนักงานเจ้าหน้าที่โดยประทับตราระบุตำแหน่งว่า

เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอตามหลักฐานการไม่ขอรับโอนมรดก ซึ่งนายอำเภอสวีมีอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 38 (10) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นที่จะมอบอำนาจให้หัวหน้าส่วนราชการประจำอยู่ในอำเภอสวีปฏิบัติราชการแทนได้ ดังนั้นที่บุตรของจำเลยกับนายหิรัญทั้งเจ็ดคนไปแจ้งดังกล่าวจึงเป็นการแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย แต่การที่ระบุด้วยว่าให้โอนมรดกส่วนของตนให้แก่จำเลย ทำให้การจัดแบ่งทรัพย์มรดกไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเป็นการทำโดยมีเงื่อนไขต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1613 เป็นผลให้ไม่เป็นการสละมรดกโดยชอบ แต่อย่างไรก็ตามบันทึกหลักฐานการไม่ขอรับโอนมรดก

มีทั้งบุตรของจำเลยทั้งเจ็ดคนผู้ให้ และจำเลยผู้รับลงลายมือชื่อไว้มีลักษณะเป็นการประนีประนอมยอมความแบ่งปันทรัพย์มรดกกันย่อมผูกพันคู่สัญญามีผลบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850, 852 และ 1750 เมื่อนำทรัพย์มรดกในส่วนที่จำเลยได้รับจากบุตรทั้งเจ็ดคนรวมกับส่วนของจำเลยเองแล้ว จำเลยมีส่วนได้ที่ดินมรดกตามฟ้อง 8 ใน 9 ส่วน สำหรับโจทก์มีส่วนได้รับ 1 ใน 9 ส่วน ซึ่งเท่ากับที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น...

Result

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เกินมาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · ธนัท วิรบุตร์ · พันวะสา บัวทอง
Lower court
ศาลจังหวัดหลังสวน - นายวิระ สุดแก้ว
Supreme Court black case no.
พ.2418/2550
Trial court black case no.
พ645/2549
Trial court red case no.
พ484/2550
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 15721/2558

ตามบันทึกถ้อยคำไม่รับมรดกที่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสอง และ ก. ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินมีใจความสำคัญว่า ที่ดินพิพาทที่มีชื่อ ว. เจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อ. สามีของ ว. ได้มายื่นเรื่องราวขอรับมรด…

Supreme Court Judgment No. 4236/2541

ที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อความตามบันทึกข้อตกลงเป็นการ แสดงเจตนามอบหมายให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกถือกรรมสิทธิ์ ที่ดินแทนทายาททุกคน หาได้เป็นการยกทรัพย์มรดกที่ดิน ให้จำเลยนั้น ฎีกาโจทก์เป็นการแปลความหมายข้อคว…

Supreme Court Judgment No. 1692/2548

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่า ล. สละมรดกส่วนของตนให้แก่โจทก์เท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องการแบ่งปันมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกมาตรา 1750 ขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบ บันทึกคำให้กา…

Supreme Court Judgment No. 590/2540

บันทึกที่จ. ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินใจความว่าที่ดินพิพาทมีชื่อฉ. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ซึ่งได้ตายไปแล้ววันนี้(วันที่2ธันวาคม2530)ทายาทของผู้ตายคือจำเลยได้มายื่นเรื่องราวขอรับมรดกที่ดินแปลงนี้ของฉ.…

Supreme Court Judgment, B.E. 2524 (ref. 31599)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ที่ 1 เป็นภริยาของ ล. โจทก์ที่ 2 เป็นบุตรของ ล. ซึ่งเกิดแต่ ข. ภริยาอีกคนหนึ่ง จำเลยเป็นบุตรซึ่งเกิดแต่ ส. ภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ ล. จำเลยโอนรับมรดกที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียว ขอให้แบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up