Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 480/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้กุญแจไขประตูห้องซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเก็บรักษาทรัพย์ของผู้เสียหายจนประตูเปิดออก ถือได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและลักทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว แต่เมื่อผู้เสียหายพบเห็นและขัดขวางการกระทำของจำเลยเสียก่อนจำเลยจึงไม่สามารถกระทำความผิดดังกล่าวสำเร็จ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามกระทำความผิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 335,364, 365(3) และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(8) วรรคสาม มาตรา 364, 365(3) ประกอบด้วยมาตรา 80 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 80 ที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุก 1 ปี ริบลูกกุญแจของกลางดอกที่ไม่มียี่ห้อ 1 ดอก ของกลางอื่นนอกจากนี้ให้คืนเจ้าของจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พฤติการณ์ที่จำเลยใช้ลูกกุญแจไขประตูห้องผู้เสียหายจนประตูเปิดออก เมื่อผู้เสียหายพบเห็นตอนแรกจำเลยอ้างว่าจำห้องผิด แต่เมื่อผู้เสียหายให้พาไปชี้ห้องที่ถูกจำเลยกลับไปเคาะที่ห้องคนอื่น

เมื่อเจ้าของห้องเปิดประตูออกมาจำเลยกลับถามหาห้องที่ให้เช่าวีดีโอเทปนั้น แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกเข้าไปลักทรัพย์ในห้องพักของผู้เสียหายนั่นเองและการที่จำเลยใช้ลูกกุญแจไขประตูห้องซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเก็บรักษาทรัพย์ของผู้เสียหายจนประตูเปิดออก ถือได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและลักทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว แต่ผู้เสียหายพบเห็นและขัดขวางการกระทำของจำเลยเสียก่อน จำเลยจึงไม่สามารถกระทำความผิดดังกล่าวสำเร็จจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายาม ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง จำเลยเป็นหญิงมีอาชีพการงานเป็นหลักฐานทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดอาญาและเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงสมควรให้รอการลงโทษจำเลยไว้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษให้จำเลยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติประจำศาลชั้นต้นทุก 3 เดือนต่อครั้ง ตลอดระยะเวลาที่รอการลงโทษด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up