Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4785/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า "ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2529นายกเทศมนตรีตำบลนาสาร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่จำเลยดัดแปลงต่อเติมอาคาร ทั้งหมด แล้วให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยได้บังอาจฝ่าฝืน" ซึ่งหมายความว่า วันที่ 2 กันยายน 2529 เป็นวันที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ ดัดแปลงต่อเติมนั้น และเป็นวันที่จำเลยได้ทราบคำสั่งแล้ว อีกด้วย จึงมิใช่ฟ้องที่ไม่ได้แสดงว่าจำเลยทราบคำสั่งวันใด และฝ่าฝืนคำสั่งในวันใดดังที่จำเลยฎีกา ฟ้องของโจทก์ จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) บทบัญญัติมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มิได้กำหนดว่า คำสั่งให้รื้อถอนอาคารนั้นจะต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง เมื่อคำสั่งของ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีใจความว่า จำเลยได้ต่อเติมอาคาร ด้านหลังโดยไม่มีใบอนุญาต อันเป็นการกระทำความผิดที่มีโทษ ตามกฎหมาย และให้รื้อถอนอาคารภายในระยะเวลาที่กำหนด มีลักษณะเป็นคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ถึงแม้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้ใช้แบบตามที่กำหนดไว้ ท้ายกฎกระทรวงก็ไม่เหตุให้ผู้ฝ่าฝืนไม่มีความผิด แม้คำสั่งให้รื้อถอนอาคาร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะได้กำหนดระยะเวลาให้รื้อถอนอาคารส่วนที่ดัดแปลงต่อเติมน้อยกว่า 30 วัน ตามที่พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 42 วรรคแรก บัญญัติไว้ก็ตาม ก็เป็นเพียงเหตุให้ไม่ต้องรื้อถอนอาคารก่อนครบกำหนด 30 วันเท่านั้น ดังนั้นการที่จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่รื้อถอน และระยะเวลาที่กฎหมาย ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดไว้ล่วงพ้นไปแล้ว จำเลยยังเพิกเฉยเสีย จึงเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง จำเลย ย่อมมีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 158 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 42

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 42, 70, 79, 80 เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลนาสาร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2508 ข้อ 2, 4จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การปฏิเสธว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมนั้นไม่ชอบ โดยระยะเวลาที่กำหนดให้รื้อถอนไม่ครบตามที่กฎหมายบัญญัติว่า ทั้งไม่แจ้งบทลงโทษให้ปรากฏรายละเอียด จึงไม่มีผลบังคับ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคสอง, 70 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนแต่คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่าจำเลยดัดแปลงต่อเติมอาคารพิพาทล้ำเข้าไปในทางเดินหลังอาคารพาณิชย์ซึ่งตามกฎหมายได้บังคับให้เป็นที่ว่างหลังอาคารกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร ต่อมาวันที่ 2 กันยายน 2529 นายกเทศมนตรีตำบลนาสาร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยดัดแปลงต่อเติมดังกล่าว และให้จำเลยทราบคำสั่งแล้ว จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งโดยเพิกเฉยไม่ยอมรื้อถอนอาคารนั้น ระยะเวลานับตั้งแต่วันที่จำเลยทราบคำสั่งจนถึงวันที่25 ตุลาคม 2529 ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจผู้รับแจ้งความคดีนี้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบเห็นการกระทำผิดเกินกว่าสามสิบวันแล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่ได้แสดงว่าจำเลยทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นในวันใด และฝ่าฝืนคำสั่งในวันใด คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า "ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2529 นายกเทศมนตรีตำบลนาสารซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่จำเลยดัดแปลงต่อเติมอาคารทั้งหมด แล้วให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยได้บังอาจฝ่าฝืน" ซึ่งหมายความว่า วันที่ 2 กันยายน 2529 เป็นวันที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ดัดแปลงต่อเติมนั้น และเป็นวันที่ได้ให้จำเลยทราบคำสั่งแล้วอีกด้วย จึงมิใช่ฟ้องที่ไม่ได้แสดงว่าจำเลยทราบคำสั่งวันใดและฝ่าฝืนคำสั่งในวันใดดังที่จำเลยฎีกา

ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีรายละเอียดครบถ้วนตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2528)ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกำหนดระยะเวลาให้รื้อถอนน้อยกว่า 30 วัน เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายการที่จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวจึงไม่มีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้องนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 42 วรรคสอง บัญญัติว่า "ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้รื้อถอนอาคารตามวรรคหนึ่ง ต้องรื้อถอนอาคาร" โดยบัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งว่า "ในกรณีที่มีการกระทำตามมาตรา 40 และการกระทำนั้นไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา 9หรือมาตรา 10 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะขยายระยะเวลาออกไปอีกก็ได้" บทบัญญัติดังกล่าวมิได้กำหนดว่าคำสั่งให้รื้อถอนอาคารนั้นจะต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงประกอบกับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามเอกสารหมาย จ.8มีใจความว่า จำเลยได้ต่อเติมอาคารด้านหลังโดยไม่มีใบอนุญาตอันเป็นการกระทำผิดมีโทษตามกฎหมาย และให้รื้อถอนอาคารภายในระยะเวลาที่กำหนด มีลักษณะเป็นคำสั่งให้รื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ถึงแม้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้ใช้แบบตามที่กำหนดไว้ท้ายกฎกระทรวงก็ไม่เป็นเหตุให้ผู้ฝ่าฝืนไม่มีความผิด และถึงแม้เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้กำหนดระยะเวลาให้รื้อถอนอาคารส่วนที่ดัดแปลงต่อเติมน้อยกว่า 30 วันตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

ก็เป็นเพียงเหตุให้ไม่ต้องรื้อถอนอาคารก่อนครบกำหนด 30 วันเท่านั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้รื้อถอนอาคาร ทราบคำสั่งแล้วไม่รื้อถอน และระยะเวลาที่กฎหมายให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดได้ล่วงพ้นไปแล้วจำเลยยังเพิกเฉยเสีย จึงเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง จำเลยย่อมมีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3463/2563

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 มีบทลงโทษตามมาตรา 66 ทวิ ความผิดดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารได้ตา…

Supreme Court Judgment No. 423/2555

พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 47 ทวิ กำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งคำสั่งให้รื้อถอนอาคารโดยทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ซึ่งจะต้องรับคำสั่งดังกล่าว ณ ภูมิลำเนาของผู้นั้น และให้ป…

Supreme Court Judgment No. 1809/2554

ความผิดข้อหาก่อสร้างดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นนับแต่วันทำการก่อสร้างอาคารต่อเนื่องกันไปจนถึงวันปลูกสร้างอาคารเสร็จ อายุความฟ้องร้องต้องนับถัดจากวันที่ก่อสร้างดัดแปลงเสร็จลง มิใช่เป็นความ…

Supreme Court Judgment No. 7027/2552

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มาตรา 40 เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่จำเลยได้ทราบคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างอาคารแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งติดต่อกันไปจนถึงวันที่จำเลยดำเนินการ…

Supreme Court Judgment No. 5914/2545

จำเลยก่อสร้างอาคารไม่เว้นระยะห่างจากที่ดินข้างเคียงโดยฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นของเทศบาลเมืองขอนแก่น จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯมาตรา 40 และ 42 มีบทลงโทษตามมาตรา 66 ทวิ แต่การกระทำของจำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up