Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4778/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 3 เป็นบริษัทจำกัด ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง เมื่อบริษัทจำเลยที่ 3 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้า และเพื่อทำการกู้ยืมเงินค้ำประกันและรับรองทั้งบุคคลหรือนิติบุคคลเพื่อกิจการค้าของบริษัท ดังนั้นการที่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทเป็นการกระทำแทนจำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 โดยมิได้กระทำเพื่อกิจการค้าของบริษัท เป็นการกระทำนอกขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด แม้ตามสัญญาชักสวนลดเช็คข้อ 1 จะระบุว่า เช็คที่จำเลยที่ 1 เสนอให้โจทก์ชักส่วนลดต้องเป็นเช็คของธนาคารในประเทศไทย สั่งจ่ายให้จำเลยที่ 1 เพื่อชำระหนี้สินค้าที่จำเลยที่ 1 ขายให้แก่ผู้สั่งจ่ายก็ตาม แต่ตามสัญญาข้อ 7 ให้สิทธิโจทก์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญา และไม่ทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ 1 หลุดพ้นหรือลดน้อยลงเมื่อจำเลยที่ 4 ได้ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญาชักส่วนลดเช็คของจำเลยที่ 1 ไว้กับโจทก์โดยไม่จำกัดจำนวนและยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและตามสัญญาค้ำประกันยินยอมให้โจทก์มีสิทธิ เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดใด ๆ ของสัญญาชักส่วนลดเช็ค โดยไม่จำต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ 4 ทราบ และให้ถือว่าจำเลยที่ 4 ได้ตกลงยินยอมด้วย ไม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ 4 หลุดพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ดังนั้นแม้โจทก์จะรับเช็คที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่ายนำมาชักส่วนลดก็ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 4 ได้ตกลงยินยอมด้วย จำเลยที่ 4 จึงต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ เมื่อฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาชักส่วนลดเช็คกับโจทก์รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือชักส่วนลดเช็คท้ายฟ้องและจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ได้ทำสัญญาค้ำประกันให้ไว้กับโจทก์รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้อง ดังนั้นสัญญาชักส่วนลดเช็คและสัญญาค้ำประกันถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง การที่ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว จึงหาเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกประเด็นไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่รับผิดตามสัญญาชักส่วนลดเช็คและตามสัญญากู้ยืมจำนวนเงิน ๔๘๐,๘๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับถัดจกาวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การ และจำเลยที่ ๔ แก้ไขคำให้การว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ จะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันชักส่วนลดเช็คเฉพาะเช็คที่ผู้อื่นสั่งจ่ายและจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ทรงมาชักส่วนลดต่อโจทก์ตามสัญญาเท่านั้น เช็คตามฟ้องเป็นเช็คที่จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายแล้วนำมาขายลดให้แก่โจทก์ ไม่ใช่หนี้ตามสัญญาชักส่วนลดเช็ค จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันและจำเลยที่ ๔ มิได้เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ตามสัญญากู้

ส่วนจำเลยที่ ๓ ขณะที่ทำสัญญาค้ำประกันยังไม่มีหนี้เงินกู้ เพียงแต่ทำสัญญาไว้จะให้กู้เงินสัญญากู้ยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากยังไม่มีการส่งมอบเงินที่กู้และถ้ามีการกู้เงินกันเป็นคราว ๆ จะต้องมีหลักฐานการกู้ยืมหากเป็นการนำเช็คมาแลกเงินโจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องเรียกเงินตามเช็ค จำเลยที่ ๓ มิได้ค้ำประกันหนี้ตามเช็คจึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลไม่มีวัตถุประสงค์ในการค้ำประกันหนี้ของบุคคลอื่น เว้นแต่จะค้ำประกันเพื่อกิจการค้าของจำเลยที่ ๓ การค้ำประกันหนี้ตามฟ้องเป็นการนอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ร่วมกันชำระเงิน ๔๘๐,๘๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีในต้นเงิน ๓๐๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ ๔ ร่วมรับผิดเพียง ๓๘๗,๙๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๒๔๖,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ ๔ ร่วมรับผิดเพียงเท่าที่จำเลยที่ ๔ แพ้คดี คำขออื่นให้ยกสำหรับจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมจำเลยที่ ๓ ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยที่ ๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๓ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ชำระเงิน ๔๘๐,๘๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ ๓ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๔ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ เป็นบริษัทจำกัด ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายภายในขอบวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้งตามหนังสือ รับรองเอกสารหมาย ล.๑ บริษัทจำเลยที่ ๓ มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าและข้อ ๓(๑๐) เพื่อทำการกู้ยืมเงินค้ำประกันและรับรองทั้งบุคคลหรือนิติบุคคล เพื่อกิจการค้าของบริษัท ดังนั้นการที่จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทเป็นการกระทำแทนจำเลยที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ มิได้กระทำเพื่อกิจการค้าของบริษัท เป็นการกระทำนอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ ๓ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่จำเลยที่ ๔ ฎีกาว่า

จำเลยที่ ๔ รับผิดตามสัญญาค้ำประกันเฉพาะเช็คที่ผู้อื่นสั่งจ่ายแก่จำเลยที่ ๑ เช็คที่จำเลยที่๑ เป็นผู้สั่งจ่ายและนำไปขายชักส่วนลดกับโจทก์ตามฟ้อง เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงของสัญญาชักส่วนลดเช็คโจทก์ไม่ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ ๔ ทราบ จำเลยที่ ๔ จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันนั้นเห็นว่า ตามสัญญาชักส่วนลดเช็ค เอกสารหมาย จ.๕ โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตกลงทำสัญญากันให้โจทก์มีสิทธิชักส่วนลดเช็ค ที่จำเลยที่ ๑ นำมาให้โจทก์ชักส่วนลดเป็นจำนวนในเวลาหนึ่ง ๆ ไม่เกิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน แม้ตามสัญญาข้อ ๑ จะระบุว่า เช็คที่จำเลยที่ ๑ เสนอให้โจทก์ชักส่วนลดต้องเป็นเช็คของธนาคารในประเทศไทยสั่งจ่ายให้จำเลยที่ ๑ เพื่อชำระหนี้สินค้าที่จำเลยที่ ๑ ขายให้แก่ผู้สั่งจ่ายก็ตาม แต่ตามสัญญาข้อ ๗ ยังให้สิทธิโจทก์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาและไม่ทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ ๑ หลุดพ้นหรือลดน้อยลง

จำเลยที่ ๔ ได้ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญาชักส่วนลดเช็คของจำเลยที่ ๑ ไว้กับโจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.๖ โดยไม่จำกัดจำนวนและยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และตามสัญญาข้อ ๖ ยินยอมให้โจทก์มีสิทธิเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดใด ๆ ของสัญญาชักส่วนลดเช็คได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ ๔ ทราบ และให้ถือว่าจำเลยที่ ๔ ได้ตกลงยินยอมด้วย ไม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๔ หลุดพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน หนี้ตามสัญญาชักส่วนลดเช็คเป็นหนี้ในอนาคตและมีเงื่อนไขซึ่งประกันได้และเงื่อนไขดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมาย แม้โจทก์จะรับเช็คที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายนำมาชักส่วนลด ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ ๔ ได้ตกลงยินยอมด้วย จำเลยที่ ๔ จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ รับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ ที่จำเลยที่ ๔ ฎีกาว่า

โจทก์บรรยายฟ้องไม่ได้ยกเป็นประเด็นว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงของสัญญาชักส่วนลดเช็คมาในฟ้อง ศาลยกเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามสัญญาท้ายฟ้องขึ้นวินิจฉัยเป็นการนอกฟ้องประเด็นนั้น เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาชักส่วนลดเช็คกับโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือสัญญาชักส่วนลดเช็คท้ายฟ้อง และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ได้ทำสัญญาค้ำประกันให้ไว้กับโจทก์รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้อง ดังนั้นสัญญาชักส่วนลดเช็คและสัญญาค้ำประกันถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว

ไม่เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด ที่จำเลยที่ ๔ ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๔ ร่วมรับผิดชดใช้เงิน ๔๘๐,๘๐๐ บาท จำเลยที่ ๔ ไม่ได้ทำสัญญาค้ำประกันการกู้ยืมเงินไว้กับโจทก์จำเลยที่ ๔ จึงไม่ต้องรับผิดตามจำนวนเงินที่จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินโจทก์นั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๔ ร่วมรับผิดเพิ่มขึ้นตามฎีกาที่จำเลยที่ ๔ กล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงไม่มีปัญหาที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยที่ ๓ ฟังขึ้น ฎีกาจำเลยที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์สำหรับจำเลยที่ ๓ ให้เป็นพับ และค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สุทิน นนทแก้ว · ประเสริฐ บุญศรี · นิเวศน์ คำผอง
Lower court
ศาลชั้นต้น - นายสังเวียน รัตนมุง
ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สิงหลกะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5013/2541

โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้ บ. ดำเนินคดีต่อจำเลยแทนโจทก์โดยปิดอากรแสตมป์มาครบถ้วนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ในลักษณะแห่งตราสาร 7 ตามประมวลรัษฎากร แต่มิได้มี การขีดฆ่าอากรแสตมป์ดังกล่าว ย่อมถือว่ายังไม่ปิดแส…

Supreme Court Judgment No. 6248/2537

จำเลยทั้งสองได้ให้การไว้แล้วว่า ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ จึงไม่มีหนี้ซึ่งจะต้องชำระให้แก่โจทก์ ทั้งศาลชั้นต้นก็ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นคู่สัญญาซื้อขาย…

Supreme Court Judgment No. 1538/2531

โจทก์เรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเพื่อรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนกับผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ดังนั้น จำเลยร่วมจะต้องรับผิดหรือไม่ จึงขึ้นอ…

Supreme Court Judgment No. 2022/2528

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 5 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยท…

Supreme Court Judgment No. 2369/2526

แม้ฟ้องโจทก์จะระบุว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตึกแถวเลขที่ 60 แขวงสัมพันธวงศ์เขตสัมพันธวงศ์ แต่บรรยายฟ้องว่าตึกแถวเลขที่ 60 ที่พิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 3389 แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธ์วงศ์ ซึ่งต่างแขว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up