Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 474/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดทรัพย์ของโจทก์โดยอ้างว่าเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์ถือว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์เพราะโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์นั้น และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน ดังนี้ โจทก์จะต้องฟ้องภายในกำหนด 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แม้โจทก์จะได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีปล่อยทรัพย์ การยื่นคำร้องขัดทรัพย์นั้นก็ไม่เป็นเหตุให้อายุความในเรื่องละเมิดสะดุดหยุดลง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องฉายภาพยนตร์ 2 เครื่องพร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์กับจอฉายภาพยนตร์ ได้ให้นายทวีสุข โปตะวนิชเช่าไป ค่าเช่าวันละ 200 บาท เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2505 จำเลยได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีศาลยึดไปโดยอ้างว่าเป็นของนายทวีสุข ทั้งนีโดยจำเลยรู้และอยู่ในฐานะอันควรรู้ว่าเป็นของโจทก์ และโจทก์ให้นายทวีสุขเช่าไป การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจทำละเมิดและเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตทำให้โจทก์ขาดค่าเช่าตั้งแต่วันถูกยึดจนถึงวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีปล่อยทรัพย์คืนให้โจทก์รวมเป็นเงิน 96,000 บาท และระหว่างนั้นทรัพย์ที่ถูกยึดยังเสียหายเป็นเงิน 116,000 บาท ขอให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนจำเลยให้การต่อสู้คดี และว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ด้วยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน 18,000 บาทโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนวันละ200 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดจึงมีอายุความฟ้องร้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรค 1 กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 168 อันจะมีอายุความ 10 ปี เพราะโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอาศัยสิทธิเรียกร้องในเรื่องละเมิด หาใช่สิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาชั้นที่สุดของศาลในคดีเรื่องร้องขัดทรัพย์ไม่ สิทธิเรียกร้องตามมาตราดังกล่าวนี้หมายถึงสิทธิเรียกร้องในการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลเท่านั้นแม้การที่โจทก์ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ต่อศาลเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2505 จะเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง เพราะเท่ากับเป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกันกับการที่เจ้าหนี้ฟ้องคดี เพื่อให้ใช้หนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 ก็จริงอยู่ แต่ก็สะดุดหยุดลงเฉพาะในเรื่องร้องขัดทรัพย์ซึ่งพิพาทกันในเรื่องกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินเท่านั้นจะถือเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงในเรื่องละเมิดไม่ได้

เพราะเป็นคนละเรื่องกัน แม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายรวมมาในคำร้องขัดทรัพย์ไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288แต่โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหากได้ปรากฏว่าจำเลยนำยึดทรัพย์ซึ่งโจทก์หาว่าเป็นการละเมิดตั้งแต่วันที่ 3สิงหาคม 2505 และโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน อย่างน้อยก็ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2505 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ แต่โจทก์เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม2507 เกินกำหนด 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ถนอม ครูไพศาล · สุธี โรจนธรรม · เฉลิม กรพุกกะณะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up