Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4702/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินตามเช็คภายในกำหนดอายุความแล้วแต่ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ เพราะคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลโดยเชื่อคำแถลงของภรรยาจำเลยว่าได้หย่าขาดและจำเลยได้ย้ายออกจาก ภูมิลำเนาตามฟ้องแล้ว กรณีจึงต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 176 มีผลว่าเช็คที่ขาดอายุความระหว่างดำเนินคดี หรือจะสิ้นอายุความระหว่างหกเดือนภายหลังที่ได้พิพากษาคดีถึงที่สุด ให้ขยายอายุความออกไปถึงหกเดือนภายหลังคำพิพากษานั้น ปรากฏว่าศาลยกฟ้องคดีนั้นวันที่ 20 กันยายน2527 เช็คที่ขาดอายุความในระหว่างพิจารณาหรือเหลืออายุความไม่ถึงหกเดือนจึงขยายไปถึงวันที่ 20 มีนาคม 2528 โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องอีกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2528 คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความและแม้จะเป็นการฟ้องที่ศาลเดิมก็ตาม เพราะมาตรา 176 ไม่มีข้อความจำกัดว่าจะต้องฟ้องต่อศาลอื่น คดีก่อนศาลจังหวัดปทุมธานียกฟ้องโดย ที่เห็นว่า ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา เป็นการยกฟ้องที่ยังมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี เมื่อปรากฏว่าจำเลยยังมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดปทุมธานี โจทก์ก็มีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลจังหวัดปทุมธานีได้อีก ไม่เป็นฟ้องซ้ำ.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานควาย รวม ๑๓ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน ๑๔๒,๑๔๔ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนซึ่งโจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดปทุมธานี และได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้วฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาข้อกฎหมายเป็นประการแรก ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ก่อนคดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันนี้ต่อศาลจังหวัดปทุมธานีเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๐๓/๒๕๒๗ หมายเลขแดงที่ ๑๔๙/๒๕๒๗ ซึ่งในคดีนั้นศาลจังหวัดปทุมธานีเห็นว่าจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ก่อนฟ้องแล้ว ศาลจังหวัดปทุมธานีไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีที่ศาลจังหวัดปทุมธานียกฟ้องเช่นนี้เป็นการยกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี โจทก์ย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ แม้ต่อมาโจทก์จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลเดียวกัน เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า จำเลยยังคงมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดปทุมธานีมิได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่น โจทก์จึงมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลจังหวัดปทุมธานีนี้ได้อีก ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เช็คฉบับที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๗ ตามฟ้องนั้น นับแต่วันออกเช็คแต่ละฉบับถึงวันฟ้องคดีนี้คือวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๒๘ยังไม่พ้นเวลา ๑ ปี ฟ้องโจทก์สำหรับเช็ค ๓ ฉบับนี้จึงยังไม่ขาดอายุความ ส่วนอีก ๑๐ ฉบับ ฉบับหนึ่งลงวันออกเช็คเป็นวันที่ ๒๕พฤษภาคม ๒๕๒๖ และเช็คอีก ๙ ฉบับก็ลงวันออกเช็คหลังฉบับดังกล่าวโจทก์ได้นำเช็คทั้ง ๑๐ ฉบับนี้ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยเมื่อวันที่๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๗ ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๔๙/๒๕๒๗ ของศาลจังหวัดปทุมธานี จึงแสดงอยู่อย่างชัดแจ้งว่า โจทก์ฟ้องคดีนั้นภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันออกเช็คหรือวันที่ลงในเช็ค ฟ้องของโจทก์ในคดีนั้นจึงไม่ขาดอายุความ

ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีนั้นเพราะคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลที่จะพิจารณาพิพากษาได้โดยหลงเชื่อคำแถลงของภริยาจำเลยว่าได้หย่าขาดและจำเลยได้ย้ายออกจากบ้านอันเป็นภูมิลำเนาตามฟ้องแล้ว แต่กลับปรากฏว่าจำเลยไม่ได้ย้ายเข้าบ้านที่ระบุไว้นั้น กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๖ ซึ่งมีผลว่าเช็คที่ขาดอายุความลงในระหว่างดำเนินคดีดังกล่าวก็ดีหรือจะสิ้นอายุความระหว่างหกเดือน ภายหลังที่ได้พิพากษาคดีถึงที่สุดก็ดี ให้ขยายอายุความนั้นออกไปถึงหกเดือนภายหลังคำพิพากษานั้น ข้อเท็จจริงในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๔๙/๒๕๒๗ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๗เพราะเห็นว่าคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาล

เช็คที่ขาดอายุความในระหว่างพิจารณาหรือเหลืออายุความไม่ถึงหกเดือนจึงขยายออกไปถึงวันที่๒๐ มีนาคม ๒๕๒๘ โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๒๘ภายในระยะเวลาหกเดือนคดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ข้อที่จำเลยอ้างว่าบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๖ จะนำมาใช้ได้เฉพาะกรณีที่โจทก์นำคดีไปฟ้องใหม่ต่อศาลอื่นนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ว่าโจทก์จะนำคดีไปฟ้องใหม่ที่ศาลใดก็ตาม ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา ๑๗๖ เช่นเดียวกัน เพราะมาตรา ๑๗๖ ไม่มีข้อความที่จำกัดไว้ว่า จะต้องนำไปฟ้องต่อศาลอื่นจึงบังคับตามมาตรานั้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · สวิน อักขรายุธ · ตัน เวทไว
Lower court
ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายสมศักดิ์ กาญจนมา
ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7019/2567

ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้โจทก์ถูกจำเลยฟ้องขับไล่ออกจากอาคารโรงงานพิพาทและเรียกค่าเสียหาย อ้างว่าผิดสัญญาเช่า เพราะโจทก์ขยายกิจการเป็นอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องค…

Supreme Court Judgment No. 5398/2567

จำเลยหลอกลวงผู้ร้องที่ 1 จนได้ไปซึ่งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เมื่อผู้ร้องที่ 1 โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพราะถูกกลฉ้อฉลของจำเลย นิติกรรมจึงเป็นโมฆียะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 159 วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องที่…

Supreme Court Judgment No. 4084/2567

ผลของการบอกล้างโมฆียะกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คู่กรณีได้กลับคืนฐานะเดิมทุกกรณี แม้การคืนทรัพย์จะพ้นวิสัยก็ต้องกำหนดค่าเสียหายแทน โดยการพ้นวิสัยจะให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมให้ได้รับค่าสินไ…

Supreme Court Judgment No. 2558/2567

แม้โจทก์จะมีความสามารถตามกฎหมาย แต่ไม่มีความสามารถที่จะดูแลตนเองหรือผลประโยชน์ของตนเองได้ในความเป็นจริงอันอาจเป็นเพียงบางช่วงเวลา ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความผิดปกติทางร่างกายที่มีผลกระทบ…

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up