Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4615/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์สั่งสินค้าจากบริษัทต่างประเทศซึ่งมีเครื่องหมายการค้ารูปตัวอักษรโรมันคำ "พีคิว" เข้ามาจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523ขณะนั้นจำเลยยังเป็นลูกจ้างของโจทก์ ยังไม่เคยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว ดังนี้โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทดีกว่าจำเลยการที่จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทโดยรู้ถึงสิทธิของโจทก์เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย และการที่บริษัทเจ้าของเครื่องหมายการค้าไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีหา กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์ไม่ เพราะโจทก์ฟ้องคดีตามสิทธิและในนามของตนเอง.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 Section 9 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 Section 41

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้ารูปตัวอักษรโรมันคำ "พี คิว" กับสินค้าน้ำมันเครื่องและผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จนถึงปัจจุบันนี้อย่างแพร่หลายทั่วราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์มาตั้งแต่พ.ศ. 2523 จนถึงเดือนธันวาคม 2525 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายระหว่างเวลาดังกล่าวจำเลยมีเจตนาไม่สุจริต ได้ยื่นคำขอจะทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปตัวอักษรโรมันคำ "พี คิว" ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า และปกปิดไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ เมื่อโจทก์ไปยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ก็ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนว่า เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนนั้น ได้มีผู้ขอยื่นขอจดทะเบียนไว้แล้ว เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปตัวอักษรโรมันคำ

"พี คิว" ซึ่งจำเลยได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้ตามคำขอเลขที่ 124586 และ 127120 และให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเพราะบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของ โจทก์เพียงแต่ได้รับคำยินยอมให้ใช้เครื่องหมายการค้าในประเทศไทยเท่านั้น จึงไม่มีอำนาจฟ้อง บริษัทในสหรัฐอเมริกามอบอำนาจให้จำเลยมีอำนาจจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย จำเลยมิได้ทำละเมิดในสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณษแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทรูปตัวอักษรโรมันคำ "พี คิว" ซึ่งจำเลยได้ยื่นไว้ตามคำขอเลขที่ 124586 และ 127120 ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเสียจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"...ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เครื่องหมายการค้ารูปตัวอักษรโรมันคำ "พี คิว" ที่พิพาทกันในคดีนี้ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทอเมริกันออยล์แอนด์ซัพพลายอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประดิษฐ์ขึ้นใช้กับสินค้าประเภทน้ำมันเครื่องและผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงโจทก์สั่งสินค้าดังกล่าวจากบริษัทดังกล่าวซึ่งมีเครื่องหมายการค้าพิพาทเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2523 และขณะนั้นจำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ มีตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ระหว่างจำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของตน ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าบ้าง แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนให้โจทกก์ได้

มีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติว่า โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทกับสินค้าน้ำมันเครื่องและผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำมันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ขณะที่จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์อยู่ แสดงว่าโจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทมาก่อนจำเลยส่วนจำเลยไม่เคยใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทเลย ฉะนั้น ในระหว่างโจทก์กับจำเลย โจทก์จึงม่สิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทดีกว่าจำเลยและข้อที่จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์อยู่ในขณะที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาท แสดงว่าจำเลยรู้ถึงสิทธิของโจทก์เป็นอย่างดี

การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงเป็นการกระทำไม่สุจริต เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย การที่บริษัทอเมริกันออล์แอนด์ซัพพลายอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาทไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีนี้หาได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์แต่อย่างใดไม่ เพราะโจทก์ฟ้องคดีตามสิทธิของตนเองในนามของตนเอง โจทก์จึงหาจำต้องเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาทไม่"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
นิเวศน์ คำผอง · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5565/2548

การที่ ต. บิดาของโจทก์ที่ 2 ได้รับพระราชทานตราตั้งและพระครุฑจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ใช้กิจการของห้างทองตั้งโต๊ะกังเมื่อปี 2464 แสดงให้เห็นว่ากิจการค้าทองของห้างตั้งโต๊ะกังเป็นกิจการค…

Supreme Court Judgment No. 201/2548

โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "HACKETT" ที่ใช้กับสินค้าเสื้อผ้าและใช้เป็นชื่อบริษัทอยู่ก่อน จำเลยนำคำว่า "HACKETT" มายื่นขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าใช้กับสินค้าเสื้อผ้าเช่นเดียวกันโดยไม่…

Supreme Court Judgment No. 4419/2541

++ เรื่อง เครื่องหมายการค้า ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ขอชุดตรวจได้ที่งานย่อข้อกฎหมายระบบ CW โถงกลางชั้น 3 ++ ++ ++ โจทก์เป็นเจ้…

Supreme Court Judgment No. 234/2540

อักษรโรมันคำว่า "WELLCOME" เป็นคำที่ไม่มีคำแปลหรือมีความหมายว่าอย่างไร และโจทก์นำสืบข้อเท็จจริงฟังได้ว่าคำว่า "WELLCOME"เป็นนามสกุลของผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทโจทก์ในอดีตและบริษัทโจทก์ตั้งขึ้นเมื่อปี 2423…

Supreme Court Judgment No. 4259/2540

โจทก์ฟ้องว่า นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์คำว่า "F FENDI" ตามคำขอเลขที่ 199227 สำหรับสินค้าจำพวกที่ 37 ชนิดสินค้ากระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่ธนบัตร ห่วงร้อ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up