Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2522 (ref. 45173)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งได้บุกรุกเข้าไปปลูกอาคารไม้เป็นที่อยู่อาศัยในที่ดินของวัด อันเป็นศาสนสมบัติซึ่งอยู่ในความดูแลของโจทก์ แม้โจทก์จะไม่บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทตรงที่จำเลยบุกรุกแต่ละสำเนานั้น อาจให้เช่าได้เดือนละเท่าใด แต่โจทก์ก็เรียกค่าเสียหายมาในแต่ละสำนวนเดือนละ 1,000บาท เมื่อเทียบกับจำนวนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องดังกล่าว พอฟังได้ว่าที่พิพาทแต่ละสำนวนโจทก์อาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท เท่ากับอัตราค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมา จำเลยแต่ละสำเนามิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลยแต่ละสำนวนออกไปจากที่พิพาทคดีแต่ละสำนวนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยแต่ละสำนวนเข้าไปปลูกอาคารไม้ในที่พิพาทโดยโจทก์ไม่ทราบและมิได้ให้คำยินยอม การที่โจทก์ขอบังคับให้จำเลยแต่ละสำนวนอพยพขนย้ายออกไปจากอาคารไม้ที่จำเลยแต่ละสำนวนปลูกอยู่ ในที่พิพาทนั้น ย่อมหมายถึงขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่พิพาทซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารนั้นด้วย ได้ความว่าอาคารไม้พิพาทเป็นของจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อไปแล้ว จำเลยก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกไม่ได้ทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยซึ่งอยู่ในที่พิพาท จำเลยจึงต้องเอาออกไปให้พ้นที่พิพาท ฉะนั้น ที่ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทออกไปเสียด้วยจึงไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือนอกฟ้องแต่อย่างใด (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1141-1157/2509 และ 2337/2522)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแต่ละสำนวน รวม 27 สำนวน (ขึ้นมาสู่ศาลฎีกา24 สำนวน) เข้าไปปลูกอาคารไม้เป็นที่อยู่อาศัยในบริเวณที่ดินของวัดใหม่ (ร้าง)ซึ่งเป็นศาสนสมบัติโดย โจทก์ไม่ทราบและมิได้ให้ความยินยอม ต่อมา พ.ศ. 2518โจทก์ประสงค์จะใช้ที่ดินในบริเวณวัดใหม่รวมทั้งที่ดินที่จำเลยแต่ละสำนวนปลูกอาคารอยู่ด้วยเพื่อหารายได้ ได้แจ้งให้จำเลยทราบและให้ออกจากอาคารไม้ดังกล่าว จำเลยเพิกเฉย การกระทำของจำเลยแต่ละสำนวน ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์อันควรมีควรได้จากที่ดินแต่ละสำนวนเดือนละ 1,000 บาทขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยแต่ละสำนวนและบริวารอพยพขนย้ายออกไปจากอาคารพิพาทซึ่งอยุ่ในบริเวณวัดใหม่ และให้จำเลยแต่ละสำนวนชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 1,000 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะอพยพขนย้ายออกไปจากอาคารพิพาทจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้ง 27 สำนวนและบริวาร รื้อถอนอาคารพิพาทในแต่ละสำนวนออกไปจากที่ดินบริเวณวัดใหม่ตามฟ้อง ถ้าจำเลยสำนวนใดไม่ยอมรื้อถอนอาคารของตนออกไป ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนเอง โดยจำเลยสำนวนนั้นเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยแต่ละสำนวนใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 100 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากที่พิพาทจำเลยใน 26 สำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยใน 24 สำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีแต่ละสำนวนในเรื่องนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งได้บุกรุกเข้าไปปลูกอาคารไม้เป็นที่อยู่อาศัยในที่ดินของวัดใหม่ (ร้าง)

อันเป็นสาธารณสมบัติซึ่งอยู่ในความดูแลของโจทก์ แม้โจทก์จะไม่บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทตรงที่จำเลยบุกรุกอาคารไม้แต่ละสำนวนนั้น อาจให้เช่าได้เดือนละเท่าใด แต่โจทก์ก็เรียกค่าเสียหายมาในแต่ละสำนวนเดือนละ 1,000 บาท เมื่อเทียบกับ ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องดังกล่าวแล้วพอฟังได้ว่าที่พิพาทแต่ละสำนวนโจทก์อาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท เท่ากับอัตราค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องจำเลยแต่ละสำนวนมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลยแต่ละสำนวนออกไปจากที่พิพาท คดีแต่ละสำนวนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248คดีเรื่องนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าที่พิพาทเป็นของวัดใหม่อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของโจทก์ที่จะดูแลรักษาและจัดการ ที่พิพาทไม่ใช่ธรณีสงฆ์ของวัดภูเขาดินดังจำเลยนำสืบ

จำเลยฎีกาว่าเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์มีอำนาจสั่งรวมวัดใหม่เข้ากับวัดภูเขาดินได้ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวมีผลเท่ากับเป็นการโต้เถียงว่า ที่พิพาทไม่ใช่เป็นของวัดใหม่แต่เป็นของวัดภูเขาดินโดยเจ้าคณะจังหวัดฯ มีอำนาจสั่งรวมวัดใหม่เข้ากับวัดภูเขาดินดังจำเลยนำสืบ อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงนั่นเอง จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ที่จำเลยฎีกาว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาเกินคำขอของโจทก์เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 นั้น ฎีกาข้อนี้เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าฟ้องของโจทก์บรรยายว่า จำเลยแต่ละสำนวนเข้าไปปลูกอาคารไม้ในที่พิพาท โดยโจทก์ไม่ทราบและมิได้ให้ความยินยอม การที่โจทก์ขอบังคับให้จำเลยแต่ละสำนวนอพยพขนย้ายออกไปจากอาคารไม้ที่จำเลยแต่ละสำนวนปลูกอยู่ในที่พิพาทนั้น ย่อมหมายถึงขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่พิพาทซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารนั้นด้วย และอาคารไม้พิพาทก็เป็นของจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อไปแล้ว จำเลยจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกไม่ได้ ทรัพย์ใด ๆ ของจำเลยซึ่งอยู่ในที่พิพาท

จำเลยจึงต้องเอาออกไปให้พ้นที่พิพาทด้วย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร รื้อถอนอาคารพิพาทออกไปจากที่ดินบริเวณวัดใหม่ตามฟ้อง จึงหาเป็นการเกินคำขอหรือนอกฟ้องไม่ ส่วนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาต่อไปว่า ถ้าจำเลยสำนวนใดไม่ยอมรื้อถอนอาคารของตนออกไปให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนเองโดยจำเลยสำนวนนั้น ๆ เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายก็อยู่ในวิธีการบังคับคดีเพื่อให้จำเลยรื้อถอนอาคารของตนออกไปจากที่พิพาทนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องกระทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 10927/2557

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์เพิ่มเติมจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามา แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่โจทก์เสียเกินมา และ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment No. 4215/2549

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าอาจให้เช่าได้เดือนละ 60,000 บาท แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงเดือนละ 5,000 บาท โจทก์มิได้ฎีกา ส่วนจำเลยฎีกาโต้แ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up