Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 451/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่ตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งกรณีนี้ตามมาตรา 232 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเสียเองเป็นการไม่ชอบ จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนี้ได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งตามมาตรา 229 กรณีมิใช่การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ซึ่งต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งภายใน 15 วัน ตามมาตรา 234 การอุทธรณ์คำสั่งที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 กำหนดให้ทำเป็นคำร้อง ต้องชำระค่าธรรมเนียมคำร้องเพียง 40 บาท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วสิ่งปลูกสร้าง สิ่งกีดขวางออกไปจากที่ดินตามส่วนที่ระบายด้วยสีแดงในเอกสารหมาย จ.6 ที่พิพาท เนื้อที่ประมาณ 17 ตารางเมตร ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,500 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกไปจากที่ดินพิพาทและส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท วันที่ 27 มกราคม 2546

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และมีคำสั่งในอุทธรณ์ว่าคดีต้องห้ามจำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้จำเลย วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กลับคำสั่งของศาลชั้นต้นและรับรองอุทธรณ์ของจำเลย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอำนาจการรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี จำเลยไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ดุลพินิจในการรับรองอุทธรณ์ดังกล่าว จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ให้เป็นพับ วันที่ 10 มีนาคม 2546

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยและจำเลยทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 แต่จำเลยมายื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2546 ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยในวันที่ 27 มกราคม 2546จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 (ที่ถูกต้องทำในรูปคำร้อง) ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่ตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งกรณีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 232 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 เสียเองเป็นการไม่ชอบ จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนี้ได้ภายในกำหนด 1 เดือน

นับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 กรณีมิใช่การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ซึ่งต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งภายใน 15 วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่10 กุมภาพันธ์ 2546 เมื่อได้ความว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในวันที่ 10 มีนาคม 2546 ยังไม่พ้นกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่จำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบที่จะรับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไว้พิจารณาและมีคำสั่งยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งโดยไม่ชอบนั้นเสีย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้วศาลฎีกาเห็นสมควรพิจารณาสั่งไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่ง

อนึ่ง การอุทธรณ์คำสั่งที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234กำหนดให้ทำเป็นคำร้อง ซึ่งต้องชำระค่าธรรมเนียมคำร้องเพียง 40 บาท จำเลยชำระมา 200 บาท จึงให้คืนค่าธรรมเนียมส่วนที่เสียเกิน 40 บาท ให้แก่จำเลย"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ฉบับลงวันที่ 10กุมภาพันธ์ 2546 ให้ศาลชั้นต้นส่งอุทธรณ์คำสั่งฉบับดังกล่าวไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง และให้คืนค่าธรรมเนียมส่วนที่ชำระเกิน 40บาท ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2476/2554

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับ…

Supreme Court Judgment No. 5706/2553

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธร…

Supreme Court Judgment No. 2580/2551

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นค…

Supreme Court Judgment No. 132/2549

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ จึงอยู่ภายใต้บังคับ ป.วิ.พ. มาตรา 229 เมื่อจำเลยมิได้วา…

Supreme Court Judgment No. 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up