Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4509/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีก่อนโจทก์กับพวกฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกออกจากที่ดินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทคดีนี้ ประเด็นในคดีก่อนมีว่า โจทก์กับพวกมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกหรือไม่ แต่คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกคือที่ดินพิพาทจากจำเลย ประเด็นมีว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งร่วมกับจำเลยหรือไม่เพียงใด ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่ซ้ำกับคดีก่อน โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดินมรดกครึ่งหนึ่ง อ้างว่าทายาทอื่นไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกรายนี้แล้วคงเกี่ยวข้องเฉพาะโจทก์จำเลย จำเลยให้การว่าโจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกไปแล้ว และส่วนที่เหลือตกได้แก่จำเลยกับทายาทอีกคนหนึ่งดังนี้แสดงว่า นอกจากโจทก์จำเลยแล้ว มีทายาทอื่นยังประสงค์ขอรับส่วนแบ่งที่ดินมรดกด้วยซึ่งถ้าหากเป็นความจริง ส่วนแบ่งในที่ดินมรดกที่โจทก์จำเลยจะได้รับย่อมต้องลดลงข้อเท็จจริงยังฟังเป็นยุตไม่ได้ การที่ศาลสั่งงดชี้สองสถานและงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกครึ่งหนึ่งตามฟ้องจึงเป็นการไม่ชอบ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเคยพิพาทกันเรื่องที่ดินและศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทในคดีนั้นกับที่ดินแปลงใหญ่เป็นทรัพย์มรดกของนางพลอยที่ยังไม่ได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท โจทก์จำเลยเป็นบุตรนางพลอย และทายาทอื่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกรายนี้แล้ว จึงขอบังคับให้จำเลยแบ่งที่ดินมรดกนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีเดิมสำหรับที่ดินพิพาทนั้นบรรดาทายาทได้ตกลงแบ่งกันแล้ว โจทก์ได้ที่ดินทางด้านทิศเหนือ ส่วนที่เหลือตกได้แก่จำเลยและนายอ่อน เพราะทายาทอื่นไม่ได้ติดใจเอาต่อมานายอ่อนขายที่ดินส่วนของนายอ่อนให้บุตรสาวจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดินมรดกอีกขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน คู่ความรับกันว่าที่ดินตามคำฟ้องและคำให้การเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ทั้งยังเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินพิพาท ตามแผนที่พิพาทในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๗๗/๒๕๒๔ ของศาลชั้นต้นด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย แล้วพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินมรดกตามฟ้องแก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์และสามีเคยฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกออกจากที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๓ ตำบลโพธิ์หัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทในคดีนี้โดยอ้างว่าเป็นของโจทก์กับสามีจำเลยกับพวกต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของตน คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกายกฟ้องโจทก์และฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดกของนางพลอยมารดาโจทก์ จำเลย ซึ่งยังไม่ได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๗๗/๒๕๒๔ ของศาลชั้นต้นต่อมาโจทก์จึงฟ้องจำเลยในคดีนี้

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกคือที่ดินพิพาทจากจำเลย ประเด็นจึงมีว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งร่วมกับจำเลยหรือไม่ เพียงใด ส่วนประเด็นในคดีก่อนนั้นมีว่า โจทก์กับพวกมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกหรือไม่ ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองจึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงไม่ซ้ำกับคดีก่อน ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยไม่สืบพยานเสียก่อนเป็นการไม่ชอบ เพราะทายาทอื่นก็มีส่วนได้รับมรดกในที่ดินพิพาทด้วยนั้น จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้อย่างชัดแจ้งว่า บรรดาทายาทได้ตกลงแบ่งมรดกคือที่ดินพิพาท ปรากฏว่าโจทก์ได้รับส่วนแบ่งทางด้านทิศเหนือ ที่ดินส่วนที่เหลือตกได้แก่จำเลยและนายอ่อนเพียงสองคน เพราะทายาทอื่นไม่ติดใจเอา ต่อมานายอ่อนได้ขายที่ดินส่วนของตนให้แก่นางสุรีพรบุตรสาวจำเลย ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๒ ดังนี้ จะเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยดังกล่าว นายอ่อนซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกอีกคนหนึ่ง ยังประสงค์จะขอรับส่วนแบ่งในที่ดินพิพาทอยู่ หาใช่นอกจากโจทก์จำเลยแล้วไม่มีทายาทอื่นเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาไม่ ซึ่งถ้าหากเป็นความจริงดังคำให้การของจำเลยแล้ว

ส่วนแบ่งในที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์และจำเลยจะได้รับก็ย่อมจะต้องลดลง ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวจึงฟังเป็นยุติยังไม่ได้ การที่ศาลล่างทั้งสองด่วนงดสืบพยานจึงเป็นการไม่ชอบ และเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ (๒) ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๗

Result

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดี แล้วมีคำพิพากษาใหม่

Matter details

Panel of judges
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
Lower court
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเรวัตร อิศราภรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9710/2544

ระหว่างพิจารณาคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 ป. เป็นจำเลยที่ 2 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 904/2537 ของศาลชั้นต้น ต่อมาคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาฎีกาที่ 401/2540 ซึ่งคดีที่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ…

Supreme Court Judgment No. 7377/2538

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของจำเลยเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์เพราะขัดต่อ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 และปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองซึ…

Supreme Court Judgment No. 2296/2538

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกของ ช. คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็น ทายาทของ ช. ย่อมมีสิทธิ ร้องสอดเข้ามาเพื่อบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ได้จึงเป็น คู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณ…

Supreme Court Judgment No. 907/2486

เจ้าหนี้ยึดสินบริคนห์ระหว่างจำเลยกับสามีสามีร้องขัดทรัพย์อ้างว่านิติกัมที่ภรรยาทำเปนโมคียะ ไม่ผูกพันสินบริคนห์สาลสั่งถอนการยึดไปตามคำร้องขัดทรัพย์ เจ้าหนี้มาฟ้องขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยานั้นไหม่…

Supreme Court Judgment No. 4273/2568

แม้ ฮ. มีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ ฮ.ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up