Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4494/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 119 วรรคสอง กำหนดโทษสำหรับผู้กระทำความผิดฐานขายหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาปลอมโดยไม่รู้ว่าเป็นยาปลอมไว้ให้ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงห้าพันบาท ซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องคดีและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันกระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 95 (5) แต่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดนี้ล่วงเลยกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันกระทำความผิดแล้ว คดีโจทก์ในข้อหานี้จึงขาดอายุความ ผู้รับมอบอำนาจช่วงโจทก์ร่วมและพนักงานของโจทก์ร่วมเบิกความตรงกันว่า เหตุที่พยานทั้งสองทราบว่าสินค้ายาของกลางเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมก็โดยการตรวจสอบเปรียบเทียบกับสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าจริง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันอยู่ 4 ประการ ซึ่งเมื่อพิจารณากล่องบรรจุสินค้า ฉลาก และขวดยาของสินค้ายาของปลอมและที่แท้จริงเปรียบเทียบกันแล้วเห็นว่าคล้ายกันมาก ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ทราบว่ายาของปลอมมีลักษณะอย่างไรก็เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของโจทก์ร่วมเป็นคนชี้ส่วนสำคัญให้ดู ทั้งเภสัชกรและผู้ตรวจวิเคราะห์ยาของกลางก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า หากเห็นแต่ยาของกลางเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นยาที่แท้จริงหรือยาปลอม และพนักงานสอบสวนก็ไม่สามารถระบุว่ายาใดเป็นยาปลอมหรือยาที่แท้จริงเพราะไม่ทราบรายละเอียดของตัวยาที่ผสมอยู่ แสดงว่าสินค้ายาคาโตซาลที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของกลางคล้ายกับสินค้าที่แท้จริงมาก ถ้าไม่ทราบถึงรายละเอียดข้อแตกต่างมาก่อนก็เป็นการยากที่จะสังเกตได้เอง ดังนี้แม้จำเลยจะเป็นสัตวแพทย์และเป็นผู้มีสินค้าของกลางไว้เพื่อจำหน่ายก็ไม่แน่ว่าจะได้สังเกตว่าสินค้าของกลางเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 95 ป.วิ.อ. Section 227 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 Section 108 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 Section 110 Section 119 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 Section 45

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 4, 108, 110, 115, 117 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 72 (1), 73 (4), 76, 119, 126 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 และสั่งริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา ไบเออร์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต (ที่ถูก อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบของกลาง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานขายหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาปลอมโดยไม่รู้ว่าเป็นยาปลอมตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 119 วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 119 วรรคสอง กำหนดโทษสำหรับผู้กระทำความผิดฐานขายหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาปลอมโดยไม่รู้ว่าเป็นยาปลอมไว้ให้ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงห้าพันบาท ซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องคดีและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันกระทำความผิด

มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (5) คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานขายหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาปลอม จำนวน 2 ขวด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2549 โจทก์จึงต้องฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดนี้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2550 แต่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดนี้ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ซึ่งล่วงเลยกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันกระทำความผิดแล้ว คดีโจทก์ในข้อหานี้จึงขาดอายุความ ปัญหาที่ว่าโจทก์มีสิทธินำคดีอาญามาฟ้องหรือไม่นี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้มานั้น

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในราชอาณาจักรโดยชอบตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า โจทก์ร่วมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ไว้ในราชอาณาจักรโดยชอบแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นโรงพยาบาลบ้านรักสัตว์ของจำเลยพบยาที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของโจทก์ร่วม

จำนวน 14 ขวด จึงยึดไว้เป็นของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลย ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่า จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และขายหรือนำ หรือส่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาปลอม จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า จำเลยรู้ว่าสินค้ายาคาโตซาลของกลางที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือไม่ เห็นว่า นายพีรพล ผู้รับมอบอำนาจช่วงโจทก์ร่วม และนายสินธร พนักงานของโจทก์ร่วม เบิกความตรงกันว่า เหตุที่พยานทั้งสองทราบว่าสินค้ายาของกลางเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของโจทก์ร่วมก็โดยการตรวจสอบเปรียบเทียบสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมกับสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าจริง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันอยู่ 4 ประการ คือ 1. เครื่องหมายการค้าคำว่า CATOSAL ในสินค้าของปลอมจะมีขนาดเล็กและคมชัดน้อยกว่าสินค้าที่แท้จริง 2. รูปเป็ดที่ปรากฏบนกล่องบรรจุสินค้าและฉลากยาของปลอมจะมีคอยาวกว่ารูปเป็ดที่ปรากฏบนกล่องบรรจุสินค้าและฉลากยาที่แท้จริง 3.

คำว่า FLIP และ OFF ที่ปรากฏบนฝาปิดขวดยาของปลอมจะมีขนาดเล็กกว่าที่ปรากฏบนฝาปิดขวดยาที่แท้จริง และ 4. ใต้ขวดยาของปลอมจะมีอักษรโรมันปรากฏอยู่เพียง 1 แถว ในขณะที่ใต้ขวดยาสินค้าที่แท้จริงจะมีอักษรโรมันปรากฏอยู่ 3 แถว ซึ่งเมื่อพิจารณากล่องบรรจุสินค้า ฉลาก และขวดยาของสินค้ายาของปลอมและที่แท้จริงเปรียบเทียบกันแล้วเห็นว่าคล้ายกันมาก ซึ่งผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ร่วมก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า เหตุที่พยานทราบว่ายาของปลอมมีลักษณะอย่างไรก็เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของโจทก์ร่วมเป็นคนชี้ส่วนสำคัญให้พยานดู ซึ่งมีจุดสังเกตได้โดยง่ายคือลักษณะของคอเป็ด ในจุดนี้นายสินธรซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์ร่วมก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า

โจทก์ร่วมแจ้งให้ลูกค้าของโจทก์ร่วมทราบเรื่องการใช้ลักษณะคอเป็นจุดสังเกตว่าสินค้ายาเป็นของปลอมหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านวารสารสุกร วารสารโคนม และโปสเตอร์ แต่จะได้แจ้งให้โรงพยาบาลบ้านรักสัตว์ของจำเลยทราบหรือไม่นั้น พยานไม่ทราบ เนื่องจากโรงพยาบาลบ้านรักสัตว์และจำเลยไม่ใช่ลูกค้าของโจทก์ร่วม ทั้งนางสาววลัยลักษณ์ซึ่งเป็นเภสัชกรและผู้ตรวจวิเคราะห์ยาของกลางก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า หากเห็นยาของกลางเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นยาที่แท้จริงหรือยาปลอม และพันตำรวจโทกิตติชนม์ พนักงานสอบสวน ก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า พยานไม่สามารถระบุได้ว่ายาใดเป็นยาปลอมหรือยาที่แท้จริงเพราะไม่ทราบรายละเอียดของตัวยาที่ผสมอยู่

แสดงว่าสินค้ายาที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของกลางคล้ายกับสินค้าที่แท้จริงมาก ถ้าไม่ทราบถึงรายละเอียดข้อแตกต่างมาก่อนก็เป็นการยากที่จะสังเกตได้เอง ดังนี้แม้จำเลยจะเป็นสัตวแพทย์และเป็นผู้มีสินค้าของกลางไว้เพื่อจำหน่ายก็ไม่แน่ว่าจะได้สังเกตว่าสินค้าของกลางเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ส่วนราคาสินค้าของกลางที่จำเลยซื้อมาจากหลายแหล่งในราคาตั้งแต่ 220 ถึง 240 บาท แล้วขายในราคาตั้งแต่ 225 ถึง 240 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้าของแท้ที่นายสินธรซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์ร่วมเบิกความว่า ในช่วงเกิดเหตุ โจทก์ร่วมขายสินค้าที่แท้จริงในราคาประมาณ 276 บาท และอาจขายในราคาต่ำสุดถึง 235 บาท ในกรณีที่มีการให้ส่วนลดเนื่องจากเป็นการซื้อจำนวนมากแล้ว

เห็นได้ว่าไม่แตกต่างกันมากจนเป็นที่ผิดสังเกต แม้ว่าบนกล่องบรรจุสินค้าจะระบุราคาขายไว้ถึง 570 บาท ก็ตาม และแม้ระบบการขายสินค้าของโจทก์ร่วมจะเป็นระบบซื้อขายโดยตรงระหว่างโจทก์ร่วมกับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรือโรงพยาบาลรักษาสัตว์ หรือคลินิกรักษาสัตว์ หรือโรงงานอาหารสัตว์ หรือผู้ประกอบธุรกิจที่ติดต่อกับผู้เลี้ยงโดยตรง ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เลี้ยงสัตว์ และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเลี้ยงและรักษาสัตว์ต้องซื้อสินค้าจากโจทก์ร่วมเท่านั้น ดังนี้ ที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์อ้างว่าจำเลยซึ่งเป็นสัตวแพทย์และเป็นเจ้าของโรงพยาบาลบ้านรักสัตว์ย่อมจะทราบถึงช่องทางและระบบการจำหน่ายสินค้าของโจทก์ร่วมนั้นก็เป็นการคาดคะเนของโจทก์ร่วมเอง

แม้จำเลยซึ่งเป็นสัตวแพทย์พึงใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบและคัดเลือกแหล่งจำหน่ายยาที่ใช้และจำหน่ายต่อไปโดยการเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและมีการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าที่จำหน่ายอย่างรัดกุมแต่กลับละเลยที่จะดำเนินการดังกล่าวโดยเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงและรักษาสัตว์อันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นและน่าตำหนิ ก็จะถือเป็นข้อพิรุธถึงขนาดบ่งชี้ว่าจำเลยทราบดีว่ายาของกลางมีเครื่องหมายการค้าปลอมหาได้ไม่ ประกอบกับไม่ปรากฏว่าพนักงานของโจทก์ร่วมเคยติดต่อขายสินค้าของโจทก์ร่วมในราคาปกติทั่วไปแก่จำเลย หรือจำเลยเคยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ร่วมหรือตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ร่วมที่คุ้นเคยกับลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของโจทก์ร่วมมาก่อนแล้ว

พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบมาจึงยังมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยรู้ว่าสินค้ายาของกลางที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือไม่ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้มานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมควร วิเชียรวรรณ · อร่าม เสนามนตรี · ไมตรี ศรีอรุณ
Lower court
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายจิรวัฒน์ กล้าการรบ
Supreme Court black case no.
ทก.(อ)106/2554
Trial court black case no.
อ3192/2551
Trial court red case no.
อ3577/2553
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 127/2556

ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องในข้อหาความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตร…

Supreme Court Judgment No. 70/2556

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าประเภทบุหรี่ซิกาแรตที่เป็นเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหาย และบรรยายฟ้องต่อมาถึงการจดทะเบียนเพียงว่าผู้เสียหายได้จดทะเบีย…

Supreme Court Judgment No. 5017/2554

การเอาชื่อ รูป และรอยประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมที่ได้จดทะเบียนไว้สำหรับสินค้านมข้นหวานในจำพวก 29 มาใช้โดยทำให้ปรากฏที่กล่องหรือลังกระดาษสำหรับบรรจุ ซึ่งเท่ากับเป็นการใช้เครื่องหมายกา…

Supreme Court Judgment No. 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

Supreme Court Judgment No. 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up