Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 446/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง โดยนำรถแทรกเตอร์เข้าไปไถ โค่น เผาต้นยางพารา และขนำของโจทก์ที่ปลูกไว้เสียหาย แล้วจำเลยปลูกต้นมะพร้าว ต้นยางพาราต้นมะม่วงหิมพานต์ ของจำเลยลงในที่ดินดังกล่าวแทน การกระทำของจำเลยเป็นการต่อเนื่องกัน โดยจำเลยมีเจตนาถือการครอบครองที่ดินของโจทก์และทำให้ทรัพย์สินของโจทก์ในที่ดินดังกล่าวเสียหายในคราวเดียวกัน จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกระทงและแยกการกระทำของจำเลยมาในฟ้องเป็นข้อ ก. และข้อ ข. แสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลก็จะลงโทษจำเลยหลายกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2531 เวลากลางวันจำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง กล่าวคือก. จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองแล้วปลูกต้นมะพร้าวลงในที่ดินนั้นเนื้อที่ 30 ไร่ เพื่อยึดถือที่ดินเป็นของตนข. เมื่อจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินในข้อ ก. แล้ว จำเลยได้ทำลายทรัพย์ของโจทก์ โดยนำรถแทรกเตอร์ไถ โค่น เผาต้นยางพาราและขนำของโจทก์ ทำให้ต้นยางพารา และขนำของโจทก์เสียหายทำลาย ทำให้ไร้ประโยชน์ เหตุเกิดที่ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะจังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 358, 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยจำเลยได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยเป็นเจ้าของมากว่า10 ปีแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 358 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 ฐานบุกรุกจำคุก 1 ปี และฐานทำให้เสียทรัพย์จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 362 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 1 ปีและปรับ 6,000 บาทไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30โจทก์ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว

คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง โดยนำรถแทรกเตอร์เข้าไปไถโค่น เผาต้นยางพารา และขนำของโจทก์ที่ปลูกไว้ในที่ดินดังกล่าวเสียหายแล้วจำเลยได้ทำการปลูกต้นมะพร้าว ต้นยางพาราต้นมะม่วงหินพานต์ ของจำเลยลงในที่ดินดังกล่าวแทน ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการต่อเนื่องกันโดยจำเลยมีเจตนาถือการครอบครองที่ดินของโจทก์และทำให้ทรัพย์สินของโจทก์ในที่ดินดังกล่าวเสียหายในคราวเดียวกัน

การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกระทงและแยกการกระทำของจำเลยมาในฟ้องเป็นข้อ ก. และข้อ ข. แสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันศาลก็จะลงโทษจำเลยหลายกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาในฎีกานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับรูปคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สังเวียน รัตนมุง · ประมาณ ชันซื่อ · อุระ หวังอ้อมกลาง
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3945/2566

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5 (2) มีองค์ประกอบของความผิด คือ สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ…

Supreme Court Judgment No. 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

Supreme Court Judgment No. 13539/2558

พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 ทวิ บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประส…

Supreme Court Judgment No. 7290/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควรพราก น. ผู้เสียหายที่ 2 อายุ 17 ปีเศษ ซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจาก ว. ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอ…

Supreme Court Judgment No. 12665/2556

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 คำว่า "พราก" หมายความว่าจากไป พาเอาไปเสีย แยกออกจากกัน เอาออกจากกัน ดังนั้น ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up