คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินคืนจากจำเลยโดยอ้างว่าโจทก์ยกให้ แล้วจำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ยกให้จำเลยในการสมรส จำเลยกับสามีได้ครอบครองทำประโยชน์มาจนสามีตาย จำเลยไม่เคยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความ โจทก์แถลงว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญ บอกยกให้ด้วยปาก ไม่ได้ทำหนังสือจดทะเบียน จำเลยครอบครองมา 25 ปีแล้ว ที่ฟ้องเพราะจำเลยประพฤติเนรคุณจำเลยแถลงว่า โจทก์ยกให้เนื่องในการสมรส 36 ปีมาแล้ว จำเลยครอบครองตลอดมาศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ยกที่ดินให้จำเลยโดยไม่ได้ทำหนังสือจดทะเบียนการให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การให้ไม่สมบูรณ์และไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์ฟ้องเรียกคืนโดยอาศัยเหตุเนรคุณ ไม่มีทางที่จะบังคับตามคำขอของโจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายรับกันในเบื้องต้นว่า โจทก์ได้ยกที่ดินให้จำเลยแล้ว ซึ่งจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ยกให้เนื่องในการสมรส ปัญหาจึงมีว่าโจทก์จะเรียกคืนเพราะเหตุเนรคุณได้หรือไม่จะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องและคำให้การฟังได้ว่า โจทก์ยกที่พิพาทให้จำเลยและจำเลยได้ครอบครองมากว่า 20 ปีแล้ว จำเลยมิได้ต่อสู้ว่าการยกให้ไม่สมบูรณ์ จำเลยต่อสู้โดยอ้างเหตุเพียงว่าไม่ได้ประพฤติเนรคุณ และโจทก์ยกให้เนื่องในการสมรส ประเด็นคงมีเพียงว่า จำเลยได้ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์หรือไม่ และโจทก์ยกให้เนื่องในการสมรสหรือไม่ ซึ่งจะต้องสืบพยานฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป
Result
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์