Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4437/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายตำรวจใช้จำเลยที่ 1 พนักงานขับรถยนต์ซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 นำรถออกนอกพื้นที่โดยมิได้ขออนุมัติก่อน แม้จะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบที่วางไว้ก็ตาม เมื่อฟังได้ว่าการที่จำเลยที่ 2 สั่งให้จำเลยที่ 1 นำรถออกนอกพื้นที่เป็นการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการมิใช่เป็นการไปทำธุระในเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ 2 ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 ไปกระทำละเมิด ก็ต้องถือว่าการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ 2 อันเป็นผลให้กรมตำรวจจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 วรรคแรก

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์บรรทุก ๖ ล้อ ตราโล่ ๐๕๓๔๓ ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ซึ่งร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อไปราชการของจำเลยที่ ๓ ขณะที่จำเลยที่ ๑ ขับรถไปตามถนนสายนครพนม - สกลนคร มุ่งหน้าจะกลับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ถิ่งอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ถึงระหว่างกิโลเมตรที่ ๙ - ๑๐ ได้ขับรถแซงอย่างกะทันหันในที่คับขัน เพื่อขึ้นหน้ารถยนต์โดยสารซึ่งจอดอยู่ข้างทาง โดยขับแซงขึ้นทางด้านขวาด้วยความเร็วสูงและด้วยความประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ ขับชนรถยนต์คันที่นายประยูร ชื่อสงวนสัตย์ ขับสวนทางมาในเส้นทางของตน เป็นเหตุให้นายประยูร ชื่อสงวนสัตย์ ถึงแก่ความตาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส โจทก์ขอคิดค่าเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแทนกันหรือร่วมกันแก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกรมตำรวจจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ออกคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปชนรถของนายประยูร ชื่นสงวนสัตย์ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดในผลละเมิดที่เกิดขึ้น ฟ้องเกี่ยวกับค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องเป็นฟ้องเคลือบคลุม ค่าขาดไร้อุปการะโจทก์เรียกร้องสูงเกินความเป็นจริง

ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์เหตุเกิดจากความประมาทของผู้ตายและเป็นกรณีสุดวิสัยที่จำเลยที่ ๑ จะหลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุนั้นได้ เหตุมิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้นำรถยนต์ของทางราชการจำเลยที่ ๓ ออกไปใช้โดยพลการ และขับขี่ออกนอกเขตพื้นที่โดยพลการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ ๓ ตามระเบียบราชการ มิได้ใช้รถในราชการของจำเลยที่ ๓ สำหรับค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินไป รวมค่าเสียหายที่โจทก์ควรได้รับไม่เกิน ๖๖,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าจำเลยที่ ๓ จะต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ หรือไม่ รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหาย สำหรับประเด็นแรกซึ่งจำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า เหตุมิได้เกิดในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งได้นำรถออกนอกเขตพื้นที่โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชานั้น ข้อเท็จจริงที่ฝ่ายจำเลยนำสืบได้ความว่า จำเลยที่ ๒ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๙ ประจำอยู่เขตอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปจังหวัดสกลนคร เพื่อเยื่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งประสบอุบัติเหตุและอยู่ที่โรงพยาบาล

จังหวัดสกลนคร ในการนี้จำเลยที่ ๒ ได้ทำหนังสือขอนุมัติไปราชการที่จังหวัดสกลนคร แต่ก่อนออกเดินทางจำเลยที่ ๒ ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบค้ายาเสพติดให้โทษที่จังหวัดนครพนม จึงได้ให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปที่จังหวัดนครพนมก่อนโดยยังมิได้ขออนุมัติการเดินทาง และระหว่างเดินทางกลับจากจังหวัดนครพนมมาที่จังหวัดสกลนครจึงเกิดเหตุครั้งนี้

พิเคราะห์แล้วไม่ปรากฏจากทางนำสืบของจำเลยที่ ๓ ว่าการที่จำเลยที่ ๒ ออกคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถออกนอกเขตพื้นที่และไปประสบเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องกิจการส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ แต่อย่างใด แม้พันตำรวจโทจรูญ สาครเจริญ พยานจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นประธานการสอบสวนทางวินัยก็เบิกความว่าจำเลยที่ ๒ ได้วิทยุขออนุมัติการเดินทางไปจังหวัดนครพนมและสำหรับระเบียบที่วางไว้เกี่ยวกับการนำยานพาหนะออกนอกเขตพื้นที่นั้น พันตำรวจตรีทองม้าย ชาภูบาลประจำกองกำกับการ ๔ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการเบิกใช้ยานพาหนะก็เบิกความว่า การนำรถออกนอกพื้นที่โดยไม่ขออนุมัติก่อน เมื่อได้รับอนุมัติในภายหลังก็ถือว่าเป็นการถูกต้งอ อันเท่ากับพยานจำเลยทั้งสองเห็นว่าจำเลยที่ ๒ สั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการ

ดังนั้น แม้การกระทำของจำเลยที่ ๒ สั่งให้จำเลยที่ ๑ นำรถออกนอกพื้นที่โดยมิได้ขอนุมัติก่อนจะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบที่วางไว้ เมื่อฟังได้ว่าการที่จำเลยที่ ๒ สั่งให้จำเลยที่ ๑ นำรถออกนอกเขตพื้นที่ไปประสบเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการส่วนหนึ่ง มิใช่เป็นการไปทำธุระในเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ แล้วกรณีจึงต้องถือว่าการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ เกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ ๒ อันเป็นผลให้จำเลยที่ ๓ ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๖ วรรคแรก ส่วนประเด็นข้อสุดท้ายเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหาย ซึ่งจำเลยที่ ๓ โต้แย้งว่าสูงเกินไปนั้น

พิเคราะห์แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้ตามจำนวนที่โจทก์เรียกร้องมานั้น เห็นว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยที่ ๓ ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
Lower court
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายประกาศ บูรพางกูร
ศาลอุทธรณ์ - นายรุทธ์ ถนอมกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5129/2546

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษา ได้สั่งให้นักเรียนชั้น ม.1 วิ่งรอบสนามระยะทาง 200 เมตร ต่อ 1 รอบ จำนวน 3 รอบ เป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียนวิชาพลศึกษาในภาคปฏิบัติ และได้สั่งให้นักเรียนวิ่งร…

Supreme Court Judgment No. 3883/2546

ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง พระเทพปัญญามุนีไม่ใช่ผู้แทนของวัดจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพระลูกวัดและมีพรรษาอาวุโสสูงสุดของวัดจำเลยที่ 1 จึงต้องทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสคำฟ้องโจทก์ที่ระบุว่า…

Supreme Court Judgment No. 2749/2540

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 23 และที่ 25 ถึงที่ 29 เป็นกรรมการดำเนินการของโจทก์ ซึ่งตามรายงานการประชุม ไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ได้ลงมติให้จ่ายเงินกู้แก่สมาชิกเป็นเช็คขีดคร่อมเป็นรายตัวเพียงแต่ที่ป…

Supreme Court Judgment No. 21/2540

จำเลยที่2เป็นสารวัตรใหญ่และจำเลยที่3เป็นพนักงานสอบสวนคนทั้งสองต่างเป็นข้าราชการในสังกัดของกรมตำรวจจำเลยที่1การที่จำเลยที่2และที่3ยึดรถยนต์พิพาทของโจทก์เป็นของกลางเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งตามระเบ…

Supreme Court Judgment No. 8181/2540

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การซื้อที่ดินของโจทก์ได้ กระทำ ขึ้น ต่อ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ของ กรม ที่ดินจำเลยที่ 2 จึง มั่นใจ และ เชื่อ โดย สุจริตใจ ว่า การ ซื้อ ขายจะ ต้อง สมบูรณ์ และ ถูก ต้อง ตาม กฎหมาย ซึ่ง ก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up