Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2501 (ref. 43667)

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เดิมโจทก์เช่าที่ดินจากเทศบาลปลูกตึกพิพาท และจำเลยเป็นผู้เช่าตึกพิพาทจากโจทก์ ต่อมาเทศบาลได้ฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อตึกพิพาท ในคดีนั้นศาลพิพากษาตามยอม คือโจทก์ยอมยกตึกพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเทศบาลและทางเทศบาลยอมให้โจทก์เช่าตึกพิพาทต่อไปอีก 1 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าให้โจทก์ไปทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือต่อเทศบาลภายในวันที่ 1 เม.ย.98 แต่แล้วโจทก์ก็มิได้ไปทำสัญญาเช่ากับเทศบาลเลยเช่นนี้ คำพิพากษาตามยอมนั้นแสดงว่าเทศบาลยอมให้โจทก์เช่าตึกพิพาทนี้แล้วด้วย ส่วนเงื่อนไขที่ว่าต้องไปทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือนั้น เป็นแต่เพียงพิธีการ ภายหลังจากที่โจทก์ยกตึกพิพาทให้เทศบาลนั้นแล้ว เทศบาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะที่จะให้เช่าโจทก์จึงมีสิทธิให้จำเลยเช่าตึกพิพาทและมีสิทธิฟ้องจำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความว่า เดิมโจทก์ปลูกตึกแถวรายพิพาทในที่ดินของเทศบาลนครกรุงเทพ โดยโจทก์เช่าจากเทศบาล จำเลยเหล่านี้เป็นผู้เช่าตึกแถวรายพิพาทจากโจทก์ ต่อมาวันที่ 4 พ.ย. 2497 เทศบาลได้ฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อตึกแถวรายพิพาท ครั้นวันที่ 16 มี.ค.2498 โจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับเทศบาล โดยโจทก์ยอมยกตึกรายพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเทศบาล และทางเทศบาลยอมให้โจทก์เช่าตึกแถวรายพิพาทต่อไปอีก 1 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าให้โจทก์ไปทำสัญญาเช่าต่อเทศบาลภายในวันที่ 1 เม.ย. 2498

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม แต่โจทก์ก็มิได้ไปทำสัญญากับเทศบาล และต่อมาเมื่อสัญญาเช่าตึกแถวรายพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นอายุลง โจทก์ได้เรียกจำเลยให้มาทำสัญญากันใหม่ แต่ไม่ตกลงกันเรื่องเงินกินเปล่าและระยะเวลาเช่า โจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า ให้ขับไล่จำเลยทุกรายและบริวารออกจากห้องเช่า ให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้างชำระและให้จำเลยแต่ละรายใช้ค่าเสียหายแทนค่าเช่า นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากห้องจำเลยแต่ละสำนวนฎีกาในข้อกฎหมายว่า1. โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะสัญญาระหว่างโจทก์กับเทศบาลจะเกิดขึ้นต่อเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2498 ก่อนหน้านั้นสัญญาไม่มีระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์จึงจะอ้างว่าเป็นผู้มีสิทธิให้เช่าไม่ได้2.

แม้โจทก์จะเช่าจากเทศบาล โจทก์ไม่ได้ครอบครอง จำเลยเช่าจากเทศบาลตาม มาตรา 569 จำเลยครอบครองตึก จำเลยจึงมีสิทธิดีกว่าโจทก์ตาม มาตรา 543(1)3. โจทก์ฟ้องไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียกร้องให้เทศบาลเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมในประเด็นข้อ 1. ที่ว่าโจทก์จะมีสิทธิฟ้องจำเลยได้หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าต้องพิจารณาตามคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์กับเทศบาล คำพิพากษาตามยอมนั้นแสดงว่าเทศบาลได้ยอมให้จำเลยคือโจทก์ในคดีนี้เช่าตึก 13 ห้องรวมทั้งตึกที่จำเลยทั้ง 6 คดีนี้เช่าอยู่ด้วย เมื่อเทศบาลให้จำเลยคือโจทก์ในคดีนี้เช่าแล้ว การทำสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นแต่เพียงพิธีการ ต้องถือว่าโจทก์มีสิทธิเหนือตึกรายพิพาทนี้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามคำพิพากษาท้ายสัญญายอม สิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่เปลี่ยนแปลง เดิมทีตึก 13 ห้องเป็นของโจทก์ ๆ ให้เช่าได้ เมื่อโจทก์ยกตึกให้แก่เทศบาล ๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะของโจทก์ที่จะให้เช่า โจทก์จึงมีสิทธิให้จำเลยเช่าตึกพิพาทได้ส่วนฎีกาข้อ 2-3 ของจำเลย ๆ ไม่ได้ยกเป็นประเด็นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ไม่วินิจฉัยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up