Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4365/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปฝากไว้ในที่รับฝากรถโดยเปิดเผยไม่มีสิ่งใดผิดบังทั้งมิได้เปลี่ยนแปลงสีเดิมของรถทำให้เจ้าของพบเห็นได้โดยง่ายพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยน่าจะไม่รู้ว่าจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการลักทรัพย์ ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่านายบรรจงยืมรถจักรยานยนต์ของกลางไปจากผู้เสียหาย โดยบอกว่าจะนำมาส่งคืนภายใน 20 นาที แล้วไม่ส่งคืนตามที่ตกลงกันไว้ต่อมาเวลาประมาณ 20 นาฬิกาของวันเกิดเหตุผู้เสียหายติดตามไปพบรถจักรยานยนต์ของกลางจอดอยู่ในที่รับฝากรถหน้าโรงเรียนบริหารธุรกิจพิษณุโลกซึ่งกำลังมีงานลอยกระทงโดยจำเลยเป็นผู้นำไปฝากไว้ คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นพฤติการณ์ที่จำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้

ปรากฏตามคำเบิกความของผู้เสียหายและภรรยาแต่เพียงว่า ผู้เสียหายพบรถจักรยานยนต์ของกลางในบริเวณที่รับฝากรถหน้าโรงเรียนบริหารธุรกิจพิษณุโลกเมื่อเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ของวันที่เกิดเหตุนั่นเอง ผู้เสียหายมองดูแต่ไกลก็เห็นรถจักรยานยนต์ของกลางเพราะไม่มีสิ่งใดปิดบังและสีรถยังคงเหมือนเดิม เห็นว่า การที่จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางไปในงานลอยกระทงซึ่งเป็นที่ชุมนุมชน และนำไปฝากไว้ในที่รับฝากรถอย่างเปิดเผยโดยไม่มีสิ่งใดปิดบัง และมิได้เปลี่ยนแปลงสีเดิมของรถทำให้ผู้เสียหายพบเห็นรถของตนได้โดยง่ายเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยน่าจะไม่รู้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการลักทรัพย์แม้จะได้ความจากผู้เสียหายและภรรยาว่าจำเลยรับว่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางมาในราคาเพียง 1,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาจริงมาก แต่จำเลยก็นำสืบว่า ในวันเกิดเหตุให้นายบรรจงยืมเงินไป 1,000 บาทแล้วนายบรรจงมอบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ไว้และบอกว่าจะนำเงินมาชำระในวันรุ่งขึ้นโดยจ่าสิบเอกยงยุทธ

เสงี่ยมพงษ์ และพันตรีองอาจรัตน์วิชัย มาเบิกความสนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว จึงอาจเป็นไปได้ว่าพยานโจทก์ทั้งสองรับฟังคำบอกเล่าของจำเลยดังกล่าวแล้วเข้าใจผิดว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ ซึ่งความจริงจำเลยอาจจะเล่าให้ฟังว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้เป็นประกันเงินกู้ดังที่จำเลยนำสืบก็ได้ ที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมนั้นก็ปรากฏว่าในบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อความโดยชัดแจ้งว่าจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ทั้งไม่ปรากฏรายละเอียดว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางมาอย่างไร ดังนั้นจะฟังว่าจำเลยรู้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ยังไม่ได้ พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 113/2566

จำเลยให้ ม. กู้ยืมเงิน 80,000 บาท โดย ม. ส่งรถแทรกเตอร์ของโจทก์ร่วมให้แก่จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ อันเป็นการรับจำนำ และเมื่อ ม. เคยนำรถยนต์กระบะไปจำนำเป็นประกันการชำระหนี้ที่ ม. กู้ยืมเงินจำเล…

Supreme Court Judgment No. 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

Supreme Court Judgment No. 2373/2562

จำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 993/2558 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 821/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่…

Supreme Court Judgment No. 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

Supreme Court Judgment No. 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up