Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2539 (ref. 4338)

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ผู้คัดค้านทั้งสองเข้ามาในสถานประกอบการของผู้ร้องมีการลงบันทึกเวลาเข้าและออกจากที่ทำงานและมีการจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองแต่เมื่อผู้คัดค้านทั้งสองไม่ยอมเข้าทำงานตามที่ผู้ร้องมอบหมายถือได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควรผู้ร้องกล่าวในคำร้องโดยชัดแจ้งว่าผู้คัดค้านทั้งสองละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาเกินกว่า3วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุสมควรจึงเป็นมูลเหตุที่ผู้ร้องประสงค์เพื่อขอให้ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้จึงไม่เป็นการวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกผู้คัดค้านในสำนวนแรกว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และเรียกผู้คัดค้านในสำนวนหลังว่า ผู้คัดค้านที่ 2ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบการของผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสองได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่เข้าทำงานในแผนกเป็นเวลาเกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้านทั้งสองเข้าทำงานในหน้าที่หลายครั้ง แต่ผู้คัดค้านทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสองเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานของผู้ร้องขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า

ผู้คัดค้านทั้งสองไม่ได้ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาเกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งให้เข้าทำงานในหน้าที่ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง เหตุที่ผู้ร้องขออนุญาตศาลเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง เนื่องจากผู้คัดค้านทั้งสองได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและใช้สิทธินัดหยุดงาน ผู้ร้องไม่พอใจจึงพยายามกลั่นแกล้งผู้คัดค้านทั้งสองและลูกจ้างอื่น ๆ ที่ใช้สิทธินัดหยุดงาน ทั้งตามวันเวลาที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ผู้คัดค้านทั้งสองได้เข้าไปในสถานประกอบการของผู้ร้องเพื่อทำงานตามสภาพการจ้างเดิม แต่ผู้ร้องไม่มอบงานให้ทำ ขอให้ยกคำร้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นลูกจ้างของผู้ร้องและเป็นกรรมการลูกจ้าง สหภาพแรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งมีการเจรจากัน แต่ตกลงกันไม่ได้ ต่อมาลูกจ้างใช้สิทธินัดหยุดงานผู้ร้องและลูกจ้างที่นัดหยุดงานตกลงกันได้ โดยลูกจ้างตกลงถอนข้อเรียกร้องและผู้ร้องตกลงรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานตามปกติโดยให้เริ่มทำงานตามบันทึกข้อพิพาทแรงงานเอกสารหมาย ค.1 ระหว่างวันที่ 7 ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2538 ผู้คัดค้านทั้งสองได้เข้ามาในสถานประกอบการของผู้ร้อง มีการบันทึกลงเวลาเข้าและออกจากที่ทำงานและผู้ร้องได้จ่ายค่าจ้างในระหว่างเวลาดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง แต่ผู้คัดค้านทั้งสองไม่ยอมเข้าปฏิบัติงานตามที่ผู้ร้องมอบหมายงานให้ทำตามหน้าที่ถือได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควรเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน

อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.19 กรณีมีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้ผู้คัดค้าน ทั้ง สอง อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "การที่ผู้คัดค้านทั้งสองเข้ามาในสถานประกอบการของผู้ร้อง มีการลงบันทึกเวลาเข้าและออกจากที่ทำงานและมีการจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองในระหว่างวันที่ 7 ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2538 แต่เมื่อผู้คัดค้านทั้งสองไม่ยอมเข้าปฏิบัติงานตามที่ผู้ร้องมอบหมายงานให้ทำตามหน้าที่กรณีย่อมถือได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควรเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน

อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.19 ข้อ 28(4)ผู้ร้องอ้างเป็นเหตุให้ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านทั้งสองฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ข้อที่ว่าการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่เป็นการอุทธรณ์นอกประเด็นซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ที่ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ในข้อต่อไปว่า มูลเหตุที่ผู้ร้องอ้างขออนุญาตศาลเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองเป็นมูลเหตุที่ผู้ร้องไม่ประสงค์จะถือเป็นมูลเหตุเลิกจ้างต่อไปแล้ว

ดังจะเห็นได้ว่าจากที่ผู้ร้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง และผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองในวันที่31 กรกฎาคม 2538 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้คัดค้านทั้งสองได้ฝ่าฝืนข้อบังคับของผู้ร้องหลายวันที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควรเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องมีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้ จึงเป็นการวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน กรณียังไม่อาจถือได้ว่ามีเหตุสมควรที่ศาลแรงงานกลางจะอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้นั้น

เห็นว่า ผู้ร้องกล่าวในคำร้องโดยชัดแจ้งว่าผู้คัดค้านทั้งสองละทิ้งหน้าที่โดยไม่เข้าทำงานตามหน้าที่ในแผนกที่ตนทำงานในระหว่างวันที่ 7 ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2538 เป็นเวลาเกินกว่า3 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานของผู้ร้อง ดังนี้ มูลเหตุที่ผู้คัดค้านละทิ้งหน้าที่จึงเป็นมูลเหตุที่ผู้ร้องประสงค์จะอ้างเพื่อขอให้ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควรเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้ จึงหาได้เป็นการวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนไม่ และเมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยดังกล่าวย่อมมีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมิทธิ์ วราอุบล · พรชัย สมรรถเวช · ธวัชชัย พิทักษ์พล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2563 (ref. 666484)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกนัดหยุดงานโดยชอบตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 34 แต่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวในการนัดหยุดงานนั้น ย่อมมี…

Supreme Court Judgment No. 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

Supreme Court Judgment No. 3872/2561

ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องคำนึงว่ากรณีมีเหตุผลสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ผู้คัดค…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 624560)

โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจ้างกับจำเลยโดยมีระยะเวลาการทำงาน 10 เดือน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาจำเลยจะจ่ายค่าชดเชยตามระยะเวลาการทำงานให้แก่โจทก์ทั้งสองและเรียกให้โจทก์ทั้งสองมาทำสัญญาจ้างแรงงานฉบับใหม่ สัญญาจ้างแ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2560 (ref. 617216)

บทบัญญัติเรื่องการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการลูกจ้างมีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 47 คือดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี มาตรา 48 บัญญัติว่า นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการลูกจ้างพ้นจากตำแห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up