Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2506 (ref. 42892)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์รับส่งบรรทุกของและคนโดยสารในนามของบริษัทจำเลยที่ 3 เพื่อการค้ากำไรร่วมกันนั้น เป็นคำฟ้องที่ไม่มีทางให้เข้าใจว่าจำเลยที่ 3 มีฐานะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ได้เลย แม้ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามที่คู่ความนำสืบจะปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ก็ตาม ก็เป็นข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกประเด็นจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์สาธารณรับจ้างของจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นนายจ้าง และจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์รับส่งบรรทุกของและคนโดยสารในนามของบริษัทยานยนต์นครปฐมขนส่งจำกัด จำเลยเพื่อการค้าหากำไรร่วมกัน เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2501 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ในนามของบริษัทจำเลยที่ 3 ตามทางที่จ้างของจำเลยที่ 2-3 ด้วยความเร็วและปราศจากความระมัดระวัง ชนกับรถของนายสมบูรณ์ กลิ่นหอม เป็นเหตุให้โจทก์ตกลงจากหลังคารถกระแทกกับพื้นดินบาดเจ็บสาหัส จึงขอให้จำเลยร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยที่ 1-2 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 3 ให้การต่อสู้ว่า

ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ และจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด อย่างไรก็ดีจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไม่ประมาท โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายเกินควรฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องส่วนสำนวนหลัง โจทก์บรรยายฟ้องทำนองเดียวกับสำนวนแรกขอให้จำเลยรับผิดจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2-3 ให้การทำนองเดียวกับจำเลยที่ 3 ในสำนวนแรกศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม และฟังว่าเหตุที่รถยนต์ชนกันเป็นความผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดร่วมกัน พิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองสำนวน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ไม่มีทางที่จะเข้าใจว่าจำเลยที่ 3 มีฐานะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดที่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1 พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ขอให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดด้วยศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิดขอให้จำเลยที่ 2-3 ร่วมรับผิดด้วยในฐานะนายจ้างจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 แต่ตามฟ้องโจทก์กล่าวไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ขับรถรับส่งบรรทุกของและคนโดยสารในนามของบริษัทจำเลยที่ 3 เพื่อการค้ากำไรร่วมกัน ดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์ไม่มีทางที่จะให้เข้าใจว่า จำเลยที่ 3 มีฐานะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ได้เลย จำเลยที่ 3 จึงหาต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ไม่ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เป็นการนอกฟ้องหรือไม่โดยโจทก์เห็นว่า

การวินิจฉัยคดีนอกฟ้องควรเป็นเรื่องนอกประเด็นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ในเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบได้ความชัดว่าจำเลยที่ 3 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 และกิจการที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติ คือ การขับรถรับคนโดยสารตามเส้นทางที่จำเลยที่ 3 ได้รับสัมปทาน ซึ่งเห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติการในกรอบงานของจำเลยที่ 3 อันถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามทางการที่จำเลยที่ 3 จ้าง จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง บัญญัติว่า "คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น" ดังนี้ เมื่อคำฟ้องของโจทก์มิได้ระบุกล่าวมาว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 แล้ว ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามที่คู่ความนำสืบว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 นั้น ก็เป็นข้อเท็จจริงนอกฟ้องหรือนอกประเด็น จะรับฟังมาเป็นข้อวินิจฉัยคดีหาได้ไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เจน เวชศิลป์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

Supreme Court Judgment No. 4807/2558

ตามคำฟ้องเป็นการฟ้องคดีในมูลละเมิด แม้จำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 2 ว่าจ้างให้จำเลยที่ 3 รับขนส่งช่วง จำเลยที่ 3 นำเรือไปบรรทุกโดยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมเรือ ส่วนจำเล…

Supreme Court Judgment No. 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

Supreme Court Judgment No. 5206/2552

ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายให้จำเลยรับผิดอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 เท่านั้น มิใช่ให้รับผิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยเองตาม ป.พ.พ. มาตรา ป.พ.พ. มาตรา 420 หากคำฟ้องโจทก์ต…

Supreme Court Judgment No. 1712/2551

โจทก์บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดแล้วว่า จำเลยทั้งสามลงพิมพ์ข้อความเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 1 อันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงและมิใช่เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมเป็นละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up