Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4241/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระมิใช่ค่าเช่าซื้อ สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายดังกล่าวจึงไม่ตก อยู่ ในบังคับอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 165(6) กรณีต้องบังคับตามอายุความทั่วไปซึ่งกำหนดไว้ 10 ปี เมื่อจำเลยผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตน เสมือนเป็นลูกหนี้ร่วมกับผู้เช่าซื้อ จำเลยก็มีหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายและตามสัญญาเช่นเดียวกับผู้เช่าซื้อ รวมทั้งต้องส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าซื้อแก่โจทก์ด้วย.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ป.ผู้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไปจากโจทก์ ให้ส่งรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 10,000 บาทแทน กับให้ใช้ค่าเสียหาย1,000 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกรถจักรยานยนต์คืนจากจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโจทก์ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 10,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหาย 1,000 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6) ใช้บังคับกรณีบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกเอาค่าเช่า แม้สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าประกอบกับคำมั่นว่าจะขาย และค่าเช่าซื้อเป็นค่าเช่าในการใช้ทรัพย์สินก็ตาม แต่ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระมิใช่ค่าเช่าซื้อ

สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายดังกล่าวจึงไม่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปี ทั้งกฎหมายลักษณะเช่าก็มิได้บัญญัติในเรื่องอายุความไว้เป็นพิเศษ กรณีจึงต้องบังคับตามลักษระอายุความทั่วไปซึ่งกำหนดไว้ 10 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ความรับผิดของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันควรจำกัดอยู่แต่เฉพาะในกรณีที่มีระบุไว้ในสัญญาให้ต้องรับผิดเท่านั้น เมื่อในสัญญาค้ำประกันมิได้ระบุให้จำเลยต้องส่งมอบรถจักรยานยนต์คืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญาแล้วจำเลยก็ไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถจักรยานยนต์คืนให้โจทก์ ดังนี้เห็นว่า เมื่อเงื่อนไขตามสัญญาค้ำประกันตลอดจนคำแถลงรับของจำเลยปรากฏชัดว่า จำเลยยอมผูกพันตรเสมือนเป็นลูกหนี้ร่วมกับผู้ที่ตนเข้าค้ำประกันแล้ว เช่นนี้ บรรดาหน้าที่และความรับผิดใด ๆ ที่สัญญาหรือกฏหมายกำหนดไว้ จำเลยย่อมต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับผู้เช่าซื้อที่ตนเข้าค้ำประกัน ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าผู้เช่าซื้อผิดสัญญาโจทก์ ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อจึงชอบที่จะกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้และผู้เช่าซื้อก็มีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์

จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจึงมีภาระต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน และเมื่อจำเลยไม่สามารถส่งมอบทรัพย์สินให้โจทก์ได้ จำเลยก็ต้องใช้ราคา จำเลยจะมาปฏิเสธความรับผิดในภายหลังโดยอ้างว่าเงื่อนไขข้อนี้ไม่ระบุไว้ในสัญญาได้ไม่ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2119/2522

เมื่อโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในมูลหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วเงินที่จำเลยที่ 1 ทำไว้ต่อโจทก์ และให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ค้ำประกันการขายลดตั๋วเงินดังกล่าว หาไ…

Supreme Court Judgment No. 1239/2505

จำเลยขอให้โจทก์ค้ำประกันบุคคลผู้ส่งข้าวไปขายต่างประเทศต่อกระทรวงเศรษฐการ โดยจำเลยยอมรับผิดต่อโจทก์ ถ้าโจทก์ต้องเสียหายอย่างใดๆ ในการค้ำประกันนั้น ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งแล…

Supreme Court Judgment No. 6087/2550

การที่จะพิจารณาว่าข้อตกลงในสัญญาหรือในสัญญาสำเร็จรูปเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ฯ มาตรา 4 วรรคหนึ่งหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าข้อตกลงนั้นเป็นผลให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า…

Supreme Court Judgment No. 3932/2549

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) ฟ้องแย้งเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง ดังนั้น การบรรยายฟ้องจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 172 วรรคสอง กล่าวคือ ต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อ…

Supreme Court Judgment No. 1962/2548

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยโจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจและขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ โจทก์จึงไม่เป็นพ่อค้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 165 (1) เดิม แต่ต่อมามาตรา 193/34 (1)…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up