Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4197/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในขณะที่ ช. ขับรถตามผู้เสียหายจนทันและแซงขึ้นประกบคู่ด้านซ้ายมือรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายนั้น จำเลยก็ได้ขับรถจักรยานยนต์ของตนตามไปติด ๆ และแซงขึ้นประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายทางด้านขวา จากนั้น ช. ก็ตะปบผู้เสียหายที่บริเวณคอซึ่งสวมสร้อยคอทองคำพร้อมพระ จึงเห็นได้ชัดว่า จำเลยได้ร่วมมือกับ ช. ในการประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมิให้หักหลบหนี เป็นการประสานงานตามแผน ข้อแก้ตัวของจำเลยที่ว่าไม่ทราบว่า ช. จะลงมือกระทำความผิดนั้นจึงฟังไม่ขึ้นแต่การที่จำเลยช่วยยกรถจักรยานยนต์ที่ทับขาผู้เสียหายออกนับได้ว่าเป็นการพยายามบรรเทาผลร้ายอันเกิดจากการกระทำของจำเลย เป็นเหตุบรรเทาโทษเห็นสมควรลดโทษให้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คน ซึ่งเป็นพลเรือนได้ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ของนางสาวรุ่งนภา โสภา ผู้เสียหาย ขณะขับรถจักรยานยนต์โดยมีนางสาวบังอร ตันตราจิณนั่งซ้อนท้ายโดยจำเลยกับพวกพยายามลักสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น ราคา 5,000บาท ของผู้เสียหายโดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า แต่การกระทำของจำเลยกับพวกไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายหลบทัน จำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุมในการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้เสียหายและนางสาวบังอรได้รับอันตรายแก่กาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นของผู้อื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วยเป็นของกลาง

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 336 ทวิ, 80,83 คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 วรรคสอง, 336 ทวิ ประกอบด้วยมาตรา 80, 83 ให้จำคุก 3 ปี คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ร่วมกับคนร้ายที่หลบหนีกระทำผิดคดีที่ฟ้องนั้น ข้อเท็จจริงแห่งคดีรับฟังเป็นยุติได้ว่า คนร้ายที่หลบหนีชื่อนายชูชาติเป็นพี่เขยของจำเลย ได้ขับรถจักรยานยนต์คนละคันกับจำเลย เมื่อผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์แซงขึ้นหน้าไป นายชูชาติได้มีการพูดกับจำเลยจริง ซึ่งจำเลยนำสืบว่านายชูชาติพูดว่า "เดี๋ยวจะทำอะไรให้ดู" เป็นเชิงแก้ตัวว่าไม่ทราบว่านายชูชาติจะก่อเหตุคดีนี้ก็ตาม แต่เมื่อนายชูชาติได้ขับรถตามผู้เสียหายจนทันและแซงขึ้นประกบคู่ด้านซ้ายมือรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายนั้น จำเลยก็ได้ขับรถจักรยานยนต์ของตนตามไปติด ๆ และแซงขึ้นประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายทางด้านขวา ในขณะเดียวกันนายชูชาติตะปบผู้เสียหายที่บริเวณคอซึ่งสวมสร้อยคอทองคำพร้อมพระนั้น จึงเห็นได้ชัดว่า

จำเลยได้ร่วมมือกับนายชูชาติในการประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมิให้หักหลบหนี เป็นการประสานงานตามแผนของนายชูชาติชัดแจ้ง ข้อแก้ตัวของจำเลยในเชิงว่าไม่ทราบว่านายชูชาติจะลงมือกระทำผิดนั้นจึงฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าได้ช่วยเหลือผู้เสียหายหลังจากที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหักหลบนายชูชาติแล้วเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของจำเลยเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล้มทับขาผู้เสียหายและจำเลยได้เข้าช่วยเหลือด้วยการช่วยยกรถจักรยานยนต์ออกเป็นข้ออ้างว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้หลบหนีนั้น ก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า รถจักรยานยนต์ของจำเลยก็ได้ล้มตกลงไปจากไหล่ถนนต้องมีคนมาช่วยยกจึงสามารถขึ้นมาบนถนนได้ และจากคำเบิกความของจำเลยเองว่าจำเลยสตาร์ทเครื่องไม่ไหว

ต้องขอให้คนอื่นช่วยสตาร์ทเครื่องให้จึงสามารถขับรถจักรยานยนต์ไปได้ ซึ่งแสดงชัดว่าที่จำเลยมิได้รีบหลบหนีทันทีก็ด้วยเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่จากข้อเท็จจริงการที่จำเลยได้ช่วยยกรถจักรยานยนต์ที่ทับขาผู้เสียหายออก นับได้ว่าเป็นการพยายามบรรเทาผลร้ายอันเกิดจากการกระทำของจำเลย เป็นเหตุบรรเทาโทษจึงเห็นควรลดโทษให้"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า คดีมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

Matter details

Panel of judges
วินัย วิมลเศรษฐ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · บุญศรี แก้วสาร
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

Supreme Court Judgment No. 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

Supreme Court Judgment No. 6152/2561

แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่า น. เห็นจำเลยและรับเงินจากจำเลยในการส่งข้าวสาร วันที่ 12 สิงหาคม 2558 แต่ศาลฎีกาสามารถรับฟังข้อเท็จจริงของการกระทำผิดในวันดังกล่าวประกอบกับข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดของวั…

Supreme Court Judgment, B.E. 2560 (ref. 619414)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 10 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 75 จำคุก 16 ปี 8 เ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up